posttoday
ครม.ต่ออายุดอนเมืองจอดโลว์คอสต์-เหมาลำ

ครม.ต่ออายุดอนเมืองจอดโลว์คอสต์-เหมาลำ

05 ตุลาคม 2554

ครม.รับลูกคมนาคมเสนอใช้สุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลักแห่งเดียว ส่วนดอนเมืองรองรับโลว์คอสต์และกลุ่มเช่าเหมาลำ

ครม.รับลูกคมนาคมเสนอใช้สุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลักแห่งเดียว ส่วนดอนเมืองรองรับโลว์คอสต์และกลุ่มเช่าเหมาลำ

นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตามรายงานของกระทรวงคมนาคมที่เสนอให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นสนามบินหลักเพียงแห่งเดียวในระยะยาว เพื่อรองรับสายการบินแบบประจำทั้งหมด

ขณะที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจะมีบทบาทเพียงรองรับกิจกรรมการบินแบบไม่ประจำ หรือแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) กิจกรรมการบินที่เกี่ยวเนื่องและธุรกิจการบินทั่วไป หมายรวมถึงกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับผลการศึกษาของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาตา) และองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ)

ก่อนหน้านี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้ว่าจ้างไออาตาจำนวน 30.3 ล้านบาท ศึกษาความเหมาะสมของทางเลือกในการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งให้ข้อสรุปว่าสนามบินดอนเมืองเหมาะสมที่จะใช้ในระยะกลาง (ปัจจุบัน–2558) เพื่อลดความแออัดของสนามบินสุวรรณภูมิ จนกว่าการพัฒนาระยะที่ 2 จะเสร็จสมบูรณ์

ทั้งนี้ ความคิดเห็นดังกล่าวสอดคล้องกับผลการศึกษาของไอเคโอที่ ทอท.ได้ว่าจ้างให้ทบทวนแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิภายใต้แนวคิด Single Airport ซึ่งระบุว่าควรเปิดใช้สนามบินดอนเมืองจนกว่าโครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเสร็จ ซึ่งไม่ควรเกินปี 2558 เนื่องจากการพยากรณ์ปริมาณเที่ยวบินของดอนเมืองจะเท่ากับ 219 เที่ยวบินต่อวัน ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยของการจัดการ Airspace

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงคมนาคมมีแผนเร่งรัดการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฟส 2 เพื่อขยายขีดความสามารถที่ไอเคโอแนะนำ โดยจะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ (Domestic Terminal) แยกจากอาคารหลังเดิม และทางวิ่งเส้นที่ 3 รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 65 ล้านคนต่อปี แต่ต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติก่อน เพื่อให้เริ่มออกแบบในปีนี้

สำหรับการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยช่วงที่ 1 ลงทุน 21,899.42 ล้านบาท แล้วเสร็จในปี 2558 จะก่อสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ 9,133.520 ล้านบาท ทางวิ่งเส้นที่ 3 (Runway 3) และทางขับ (Taxiway) วงเงินกว่า 3,000 ล้านบาท และค่าชดเชยผลกระทบทางเสียงอีก 7,000 ล้านบาท เป็นต้น รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 65 ล้านคนต่อปี ซึ่งเท่ากับแผนเดิมที่ ครม.อนุมัติไปแล้ว แต่ใช้เงินลงทุนถึง 6.2 หมื่นล้านบาท จึงต้องขอ ครม.อนุมัติกรอบวงเงินใหม่

 

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน