
ประเด็นร้อน
1.การเปิดแถลงของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกพร้อมคณะนายทหาร ยืนกรานเครื่องตรวจวัตถุระเบิดจีที 200 ใช้การต่อไปได้ กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาวันที่ 19 ก.พ.นี้ ว่ากองทัพและรัฐบาลจะปรับจูนความเข้าใจให้ตรงกันได้อย่างไร หลังจากที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ประกาศไปก่อนหน้านี้ ว่าเครื่องจีที 200 ไร้ประสิทธิภาพและสั่งระงับการซื้อเพิ่ม
เช้าวันเดียวกันนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางตรวจราชการพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับพล.อ.อนุพงษ์ โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เดินทางไปชี้แจงผลการทดสอบและการใช้เครื่องมือดังกล่าวแก่ทหารในพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ ต้องติดตามว่ากาวใจยี่ห้อรองนายกฯ สุเทพ จะประสานความเข้าใจระหว่างกองทัพและรัฐบาลได้หรือไม่
2.ตั้งแต่เช้าวันที่ 19 ก.พ. ชาวกรุงเทพฯ คงต้องวางแผนและเผื่อเวลาการเดินทางกันให้พร้อม โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนย่านแหล่งธุรกิจสีลม เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงจะไปดาวกระจายสร้างความวุ่นวายชุมนุมหน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม ตั้งแต่เที่ยงวันถึงหกโมงเย็น แน่นอนย่อมเกิดปัญหาการจราจรติดขัดและกระทบเส้นทางใกล้เคียงยาวเหยียด ขณะที่ธนาคารกรุงเทพวางแผนรับมือด้วยการเปิดทำการวันที่ 19 ก.พ. เร็วขึ้นจากเวลาปกติ 1 ชั่วโมง หรือ 07.30 น.
ประเด็นที่น่าห่วงใยมิใช่แค่ปัญหาจราจร แต่อดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะเกิดเหตุเผชิญหน้าหรือไม่ เนื่องจากย่านสีลมมีประชาชนที่ไม่ต้องการความวุ่นวายอยู่จำนวนมาก โดยเคยมีเหตุการณ์ที่ผ่านมาบุกไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ออกจากพื้นที่ อีกทั้งช่วงเหตุการณ์เมษาเดือดก็มีการรวมตัวขับไล่คนเสื้อแดงจนเผ่นกระเจิงมาแล้ว งานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานหนักแน่นอน ทั้งด้านการจัดกำลังควบคุมฝูงชนและดูแลความปลอดภัยสถานที่ ที่อาจมีกลุ่มบุคคลไม่หวังดีสร้างสถานการณ์บานปลาย
3.เข้ากับจังหวะสถานการณ์ชุมนุม และความป่วนเมืองของชาวเสื้อแดงพอดี โดยเช้าวันที่ 19 ก.พ. เวลา 09.00 น. นายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการบริหารจัดการความมั่นคงแห่งชาติ (บมช.) รุ่นที่ 2 และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ
“ปัญหาท้าทายความมั่นคงแห่งชาติในมุมมองของผู้นำประเทศและแนวทางการบริหารจัดการ” ที่ห้องประชุมสำนักข่าวกรองแห่งชาติ 3 (วังปารุสกวัน) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ หลังจากนั้นในช่วงเวลา 14.00 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพครั้งที่ 2/2553 ณ ห้องประชุม 501ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล4.ความเคลื่อนไหวพรรคการเมือง เวลา 09.00 น. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย เปิดสัมมนาผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทยภาคใต้ จากนั้นมีการแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย งานนี้คงได้มีประเด็นซักถามปัญหารอยแตกร้าวในพรรคจากความขัดแย้ง แย่งเสนอชื่อว่าที่นายกฯ ตามญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
5.ไปที่อาคารรัฐสภา เวลา 10.00 น. มีการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ เพื่อพิจารณากระบวนการถอดถอนนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ จากกรณีถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ว่าผิดจากการลงนามในคำแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชา ในการสนับสนุนกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
6.สายวันที่ 19 ก.พ. อัยการฝ่ายคดีเศรษฐกิจและทรัพยากรจะเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษานายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ยักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ(บีบีซี) อีก 3 คดี โดยยื่นต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
7.อธิบดีกรมการค้าภายในจะหารือกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกร หลังราคาเนื้อหมูมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยขณะนี้สุกรชำแหละ (ไหล่ตะโพก) อยู่ที่กิโลกรัมละ 115125 บาท เทียบปีก่อนราคา 110115 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง ปลายข้าว รำข้าว ราคาสูงขึ้น รวมทั้งผลผลิตหมูลดลง เพราะเกิดโรคระบาดในสุกร โดยกรมการค้าภายในจะสอบถามสถานการณ์การเลี้ยงสุกรช่วงหน้าร้อนนี้ ว่าปัจจัยหมูโตช้าหน้าร้อนกับโรคระบาดจะทำให้หมูแพงขึ้นแค่ไหน และจะหาทางไม่ให้หมูขึ้นราคามากได้อย่างไรโดยขณะนี้ราคาหมูเป็นอยู่ที่ระดับ 6162 บาท ราคาเนื้อหมูก็น่าจะอยู่ที่ระดับ 115 125 บาทต่อกิโลกรัม และยังไม่น่าจะปรับขึ้นสูงกว่านี้ รวมทั้งราคาอาหารสัตว์ก็ยังไม่มีผู้ประกอบการแจ้งขอเปลี่ยนแปลงราคาเข้ามา







