
ขึ้นแบล็คลิสต์300ผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ
เฉลิมเผยขึ้นแบล็คลิสต์ 300 รายชื่อผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ หวังปิดแนวตะเข็บชายแดน 8 จังหวัดป้องกันยาบ้าทะลัก
เฉลิมเผยขึ้นแบล็คลิสต์ 300 รายชื่อผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ หวังปิดแนวตะเข็บชายแดน 8 จังหวัดป้องกันยาบ้าทะลัก
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ(ผอ.ศพส.) กล่าวในการประชุมผู้นำชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่กทม.ว่า มีคนกังวลว่านโยบายบราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลจะนำไปสู่การฆ่าตัดตอน ขอยืนยันว่าไม่มีเพราะในปี 2544 มีการตั้งคณะกรรมการคตน.ขึ้นมาตรวจสอบพบว่า ไม่มีการฆ่าตัดตอน แต่มีเพียงคดีเดียวที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยว ข้อง คือ คดียิงน้องฟลุค ซึ่งเกิดจากความประมาทในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจ
“นโยบายปราบยาเสพติดของรัฐบาลชุดนี้ ก็ถูกกล่าวว่า เป็น police state ซึ่งไม่ใช่ แต่เป็นเพราะอดีตตำรวจและนายตำรวจ มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกัน ในการกำกับดูแลหน่วยงานต่างๆ เช่น พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อดีตผบ.ตร.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขาฯป.ป.ส.ซึ่งป.ป.ส.ก็มีคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่รัฐบาลอยากกระชับการทำงานให้ได้ผล จึงเชื่อว่าการปราบยาเสพติดครั้งนี้จะทำให้ประชาชนนอนหลับได้เต็มตามากขึ้น”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า การปราบยาเสพติดในครั้งนี้จะเน้นพื้นที่ตะเข็บชายแดนในภาคเหนือ ซึ่งพบว่ามีการนำเข้ายาเสพติดเข้ามาถึง 87 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ และมี 3 จังหวัดที่เป็นพื้นที่มีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดมาก คือ จ.เชียงใหม่ เชียงรายและแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะ จ.เชียงรายมี 3 อำเภอ คือ แม่สาย แม่ฟ้าหลวง .เชียงแสน ซึ่งขณะนี้ในภาคเหนือพบว่ามีรายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดถึง 300 ราย โดยทางเจ้าหน้าที่จะต้องหาวิธีการสกัดโดยใช้มาตรการทางกฎหมาย นอกจากนี้ตนจะเดินทางไปภาคเหนือ เพื่อตรวจพื้นที่ตะเข็บชายแดน ทุก 45 วัน
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า วิธีการแก้ปัญหายาเสพติดที่ถูกต้อง คือ 1.ปิดแนวตะเข็บชายแดน 2. สกัดสารตั้งต้น โดยตั้งด่านเพิ่มขึ้นเป็น 200 ด่าน ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ เมื่อไม่มีSupply (อุปสงค์) Demand (อุปทาน) ก็ไม่มี 2 ข้อนี้ตนได้ทำแล้ว โดยใช้การแก้ปัญหาแบบตำรวจ วิธีที่ 3 ใช้วิธีการป้องปราม 4. ป้องกัน 5. บำบัดรักษา และ 6.ปราบปรามโดยหลักนิติรัฐ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ตนจะประชุมร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อวางแผนบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยจะนำนักโทษในคดียาเสพติดมาบำบัด โดยร่วมกับโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ในโอกาส 84 พรรษา
“ที่ผ่านมา ปัญหายาเสพติดยังแก้ไม่ได้ ส่วนสำคัญหนึ่งมาจากผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ควรต้องประสานร่วมมือกับผู้บังคับการจังหวัด ต้องไปด้วยกัน แต่หน่วยงานที่ไม่ให้ความร่วมมือ คือผู้ว่าราชการจังหวัด ถ้าผมซึ่งเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แก้ปัญหายาเสพติดไม่สำเร็จ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือว่าล้มเหลว”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
สำหรับการแก้ไขปัญหาตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า หากตำรวจคนใดเข้าไปเกี่ยวข้อง สอบสวนแล้วพบว่ามีหลักฐานก็จะให้ไล่ออก ปลดออก แล้วให้ยึดทรัพย์ตำรวจคนนั้นด้วย และจะให้มีการอบรมนายดาบตำรวจที่มีอายุ 53 ปีไปแล้วมีโอกาสได้อบรมเป็นนายร้อยตำรวจเป็นกรณีพิเศษใน วันที่ 1 เม.ย.55 เพื่อเป็นของขวัญ ก็เลือกเอาว่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจนโดนไล่ออก หรือจะเป็นนายตำรวจ นอกนี้ผมยังมีมาตรการช่วยเหลือด้วยการเจรจากับธนาคารออมสิน ให้อนุมัติวงเงินกู้ให้กับตำรวจนายละ 3 ล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำตามรูปแบบหากมีผู้ค้ำประกันก็จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น







