
ยุทธพงศ์อัดรบ.มาร์คโยกงบครูลงบุรีรัมย์
ยุทธพงศ์ แฉรัฐบาลมาร์คโยกงบครูซ่อมถนนบุรีรัมย์77ล้าน ปชป.ภท.ผนึกกำลังแจงกระจายงบเท่าเทียมพูดจริงครึ่งเดียว
ยุทธพงศ์ แฉรัฐบาลมาร์คโยกงบครูซ่อมถนนบุรีรัมย์77ล้าน ปชป.ภท.ผนึกกำลังแจงกระจายงบเท่าเทียมพูดจริงครึ่งเดียว
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตั้งกระทู้ถามสด ในสภาฯ ว่า จากครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2554 ได้อนุมัติการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 วงเงิน 1,035 ล้านบาท จากงบที่จัดเป็นค่าเงินเดือนครูค่าจ้างประจำ ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ถึง 77 ล้านบาทใน 15 รายการ
ทั้งนี้ เป็นการเอารัดเอาเปรียบ ไปปล้นเงินของคนจังหวัดอื่นมาให้คนจังหวัดเดียว แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลตั้งงบกันแบบมั่วๆ จู่ๆมีเงินเหลือ แต่ไม่เอาไปจ้างครู สงสัยว่าอบจ.บุรีรัมย์มีดีตรงไหนที่ทำให้ครม.นายอภิสิทธิ์เกรงใจเอางบไปลง หรืออย่างที่คนบุรีรัมย์บอกว่ามีนายกฯอบจ.ชื่อนางกรุณา ชิดชอบ จึงได้งบไปลงเยอะแยะ
นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า สำนักงบประมาณมีหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 19 พ.ค. 2554 แจ้งการเปลี่ยนแปลงงบดังกล่าวไปยังกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น และต่อมา 31 ส.ค. 2554 กรมส่งเสริมปกครองฯ แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ว่าได้รับจัดสรรงบจากรัฐบาลไปช่วยน้ำท่วม และเร่งรัดให้ดำเนินการผูกพันทำสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ก.ย. ไม่เช่นนั้นงบจะตกไป จึงอยากถามว่าทำไมอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นกว่าจะส่งเริ่องไปยังผู้ว่าฯนานกว่า3 เดือน หรือเพราะเวลาเหลือน้อยจะต้องให้จัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษใช่หรือไม่
อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าในทุกโครงการจะระบุว่าใช้วิธี เพรสเวนอิมเพรส รีไซกลิ้งทั้งหมด ซึ่งจะทำโดยรถรีไซกลิ้งที่มีราคาคันละ 50 ล้านบาท นำเข้าจากยุโรปและอเมริกาเท่านั้น และเหมาะทำในเมืองหรือในกทม.ที่การจราจรแออัด แต่กลับไปไปทำในต่างจังหวัด
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงว่า การแจ้งเรื่องช้าเป็นเรื่องที่กรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นได้รับแจ้งจากสำนักงบฯแล้วจึงได้ทำหนังสือไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อขอกันเงินและช้าที่กรมบัญชีกลางกว่าจะตอบมาเกือบ 3 เดือน โดยตอบมาวันที่ 20 ส.ค.2554 เมื่อกรมได้หนังสือตอบก็รีบแจ้งไปจังหวัดทันที
อย่างไรก็ตาม จะรับไปตรวจสอบให้ ทั้งนี้งบ 1,035 ล้านบาท จริงๆถูกปรับลดลงเหลือเพียง 800 กว่าล้านบาท และมีอนุกรรมการขึ้นมาตัดแบ่งไปทั้งสิ้น 33 จังหวัดและเชื่อว่ายังมีเงินค้างท่ออยู่
ทั้งนี้เกิดความวุ่นวาย เมื่อ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตรมต.ประจำสำนักนายกฯ ใช้สิทธิ์พาดพิง ว่า การจัดสรรงบตลอด 2 ปีเศษของรัฐบาลประชาธิปัตย์ เป็นธรรมและกระจายไปทั่วประเทศ การกล่าวเช่นนี้จึงเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายด้วยความเท็จ แม้จังหวัดมหาสารคามของนายยุทธพงศ์ยังได้รับความช่วยเหลือ จึงขอให้ถอนคำพูด ทำให้นายยุทธพงศ์ กล่าวโต้กลับว่า สมัยที่ตนเองเป็นที่ปรึกษากมธ.ป.ป.ช. ที่มีนายวิลาส จันทรพิทักษ์ ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์เป็นประธาน ในกมธ.พูดถึงขนาดบอกกันว่า มีบางพรรคการเมืองเรียก 30 % ไม่นั้นเงินไม่ไป
นายสาทิตย์ กล่าวว่า การพูดเช่นนี้เป็นการพูดเท็จซ้ำอีก ประธานจะมุมมิบให้ผ่านไปไม่ได้ แล้วคนนี้ก็เคยอยู่ประชาธิปัตย์ คนในปชป.รู้ดีว่าเป็นยังไง
จากนั้นนายศุภชัย ใจสมุทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิพาดพิง ชี้แจงว่า นายยุทธพงศ์พูดความจริงเพียงครึ่งเดียวให้เข้าใจผิดว่ามีการทุจริต เพราะความจริงมีอีก 32 จังหวัดก็ได้ประโยชน์ ไม่เฉพาะจ. บุรีรัมย์ การพูดความจริงกับความเท็จปนกันจนงงไปหมด ทำให้เข้าใจว่ามีบางพรรคการเมืองเรียก







