
จริยธรรมของข้าราชการการเมือง
“ข้าราชการ” คือ ข้าของแผ่นดิน เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“ข้าราชการ” คือ ข้าของแผ่นดิน เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดย..พล.อ.อ.วีรวิท คงศักดิ์
“ข้าราชการ” คือ เสาหลักเสาหนึ่งของระบบบริหารราชการแผ่นดิน หากข้าราชการทำงานดี ประพฤติดี ก็เท่ากับเป็นการสนองคุณของแผ่นดิน
หากข้าราชการทุกระดับ โดยเฉพาะผู้บริหารได้เข้าใจความเสี่ยงและมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยยึดแนวทางตามพระราชจริยวัตร ทศพิธราชธรรม และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาคุณ จะช่วยให้ท่านประสบความสุขความสำเร็จและความก้าวหน้าในการทำงาน
ถ้อยคำดังกล่าวนี้ คัดลอกมาจากบทความเรื่อง “การบริหารราชการตามระบบคุณธรรม” เขียนโดย ดร.จรวยพร ธรณินทร์ คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมท่านหนึ่ง ซึ่งสะท้อนบทบาท หน้าที่ และความประพฤติที่ดีของข้าราชการซึ่งได้รับความวางใจจากประชาชน “จ้าง” มาทำงานเพื่อ “ประโยชน์สุข” ของประชาชน
ในระบบของประเทศไทย มี “ข้าราชการ” 2 ประเภท คือ “ข้าราชการประจำ” ซึ่งได้รับการจ้างด้วยเงินภาษีของประชาชน เพื่อมาทำงานในด้านงานบริการประชาชนของฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการ จึงได้รับสัญญาจ้างยาวจนถึงเกษียณอายุราชการตามที่กฎหมายกำหนด
ส่วนข้าราชการอีกประเภทหนึ่ง คือ “ข้าราชการการเมือง” ซึ่งได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนเช่นเดียวกัน “จ้าง” มาทำงานในด้านนิติบัญญัติและงานบริหารในระดับ “นโยบาย” จึงมีระยะเวลาการจ้างสั้นเพียงไม่เกิน 4 ปี หรือ 6 ปี ตามที่กฎหมายกำหนด
เนื่องจาก “ข้าราชการการเมือง” ต้องใช้อำนาจรัฐเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความสุขให้ประชาชน แต่บุคคลเหล่านี้อาจไม่ได้รับการอบรมให้มีความรู้เกี่ยวกับการใช้อำนาจที่ถูกต้องชอบธรรมตามหลัก “ทศพิธราชธรรม” รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 259 จึงบัญญัติให้มีมาตรการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐแก่ “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” ได้แก่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองอื่น และผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
มาตรการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ได้แก่ การตรวจสอบทรัพย์สิน และบทบัญญัติเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ถ้าพิจารณาบุคคลที่ใช้อำนาจรัฐกลุ่มนี้ บุคคลที่น่าสนใจ คือ “ข้าราชการการเมืองอื่น” ซึ่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ 4 ได้ขยายความว่า หมายถึง บุคคลที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง ซึ่งได้แก่ ที่ปรึกษา เลขานุการ รองเลขานุการของนายกรัฐมนตรี/รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง โฆษกและรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
สำหรับหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งข้าราชการการเมืองตำแหน่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐนั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 279 วรรคท้ายบัญญัติว่า “...จะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและคำนึงถึงพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวด้วย”
จากข้อกฎหมายดังกล่าว จะเห็นว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีจะเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบแต่งตั้ง “ต้อง” พิจารณาตัวบุคคลด้วย “ระบบคุณธรรม” และมีการตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลดังกล่าวก่อน
“ระบบคุณธรรม” (Merit System) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำหนด มี 4 ประการ คือ หลักสมรรถนะ (Competency) ความเสมอภาคทางโอกาส (Equality Of Opportunity) ความมั่นคงในอาชีพ (Security Of Tenure) และความเป็นกลางทางการเมือง (Political Neutrality) ซึ่งในกรณีข้าราชการการเมืองนี้ “ต้อง” พิจารณาตามหลักสมรรถนะ คือ มีความรู้ ความสามารถเพียงพอและเหมาะสมกับการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ที่จะได้รับการแต่งตั้ง
ส่วนการตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมนั้น ควรมีการตรวจสอบพฤติกรรมในอดีตว่า “เคย” มีพฤติกรรมที่ขัดต่อ “มาตรฐานทางจริยธรรมทางการเมือง” ตามที่กำหนดไว้ในหมวด 2 ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 หรือไม่
ตัวอย่าง “มาตรฐานจริยธรรมของข้าราชการการเมือง” จากที่กำหนดไว้ 23 ข้อ เช่น
“ต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการเคารพและรักษาระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
“ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดี การเคารพ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด”
“ต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรม ทั้งโดยส่วนตัว และโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน”
“ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด”
“ต้องรับใช้ประชาชนอย่างเต็มความสามารถด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและปราศจากอคติ”
“ต้องยึดมั่นในกฎหมายและคำนึงถึงระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งผู้สมควรดำรงตำแหน่งต่างๆ”
สำหรับกระบวนการตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมนั้น นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีควรกระทำตามที่วุฒิสภายึดถือปฏิบัติกล่าวคือ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารราชการแผ่นดิน และกระจายความรับผิดชอบในการใช้ดุลยพินิจให้กับคณะกรรมการ
จากมาตรฐานจริยธรรมของข้าราชการการเมืองทั้ง 23 ข้อนี้ มีข้อที่น่าสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีก็ต้องยึดถือปฏิบัติเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และจริยธรรมที่เกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนตนกับประโยชน์ของทางราชการ (Conflict of Interest) ตัวอย่างเช่น
“ต้องไม่เรียกร้องของขวัญ ของกำนัล หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลอื่น เพื่อประโยชน์ต่างๆ อันอาจจะเกิดขึ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน และจะต้องดูแลให้คู่สมรส ญาติสนิท หรือบุคคลในครอบครัวของตนปฏิบัติเช่นเดียวกันด้วย”
ในด้านกำกับดูแลการประพฤติปฏิบัติตนของรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองอื่นที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ และให้รัฐมนตรีกำกับดูแลความประพฤติของบุคคลที่ตนเสนอแต่งตั้งเช่นเดียวกัน
ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า บุคคลใดเสนอแต่งตั้งใคร “ต้อง” รับผิดชอบความประพฤติของบุคคลนั้นตามที่กำหนดไว้ในประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองทั้ง 23 ข้อ โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจสอบพฤติกรรมทางจริยธรรมก่อนดำรงตำแหน่งทางการเมืองและกำกับดูแลขณะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นไปตามหลักความรับผิดชอบในการตัดสินใจหรือ Accountability ในการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้เช่นนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่าน จะได้ศึกษาระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2551 โดยละเอียด เพื่อปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในด้านจริยธรรมให้กับสังคมไทย และอบรม กำกับดูแลบุคคลที่ตนได้เสนอแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการการเมืองปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรกข้อ 1.3 ของรัฐบาลด้วย
ทั้งนี้ ก่อนที่...ท่านจะถูกกล่าวหาว่า “ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ซึ่งจะต้องเข้ากระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 271–274 โดยไม่ทันรู้ตัว







