
เตือน15จังหวัดเจอฝนถล่มหนัก
ศอส.เตือน 15 จังหวัดเจอฝนถล่มหนักช่วยวันที่ 22-23 ก.ย. ระบุอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม ขณะที่ 23จังหวัดยังจมน้ำ
ศอส.เตือน 15 จังหวัดเจอฝนถล่มหนักช่วยวันที่ 22-23 ก.ย. ระบุอาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม ขณะที่ 23จังหวัดยังจมน้ำ
นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์สนับสนุนการอำนวยการและ การบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศอส.) กล่าวว่า ช่วงวันที่ 22 - 23 ก.ย.จะมีฝนตกหนักใน 15 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี เลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ที่ราบลุ่ม และใกล้ทางน้ำไหลผ่านระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงยังมีพื้นที่ที่ยังต้องเฝ้าระวังดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ในระยะ 1-2 วันนี้ ได้แก่ อุบลราชธานี ในอำเภอนาจะหลวย บุณฑริก น้ำยืน น้ำขุ่น ศรีสะเกษ ในอำเภอภูสิงห์ ขุนหาญ
สำหรับลุ่มน้ำต่างๆ ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ลุ่มน้ำยม ที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอสามง่าม อำเภอโพทะเล อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ที่อำเภอกบินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ลุ่มน้ำมูล ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา อำเภอตระการพืชผล อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอสุวรรณภูมิ
จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมือง อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ลุ่มน้ำชี ที่อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ อำเภอจังหาร ทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ลุ่มน้ำโขง อำเภอศรีสงครามจังหวัดนครพนม ลุ่มน้ำท่าจีน ที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ในจังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี ที่มีน้ำล้นตลิ่งเพิ่มขึ้น
ขณะที่พื้นที่ประสบอุทกภัยยังมีทั้งสิ้น 23 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบลราชธานี ชัยภูมิ ยโสธร ขอนแก่น มหาสารคาม ฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี รวม 144 อำเภอ 1,075 ตำบล 8,031หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 563,010 ครัวเรือน 1,877,106 คน ผู้เสียชีวิต 136 ราย สูญหาย 2 ราย







