
กรรมประเทศไทย
เมื่อวานนี้ได้รับเอกสารชี้แจงจากสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย
เมื่อวานนี้ได้รับเอกสารชี้แจงจากสถานทูตกัมพูชาในประเทศไทย
โดย..ธนพล ไชยภาษี
ปฏิเสธการกล่าวหาของคุณกษิตภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ที่บอกว่ารัฐบาลกัมพูชากำลังแทรกแซงการเมืองภายในของประเทศซึ่งถือว่าผิดกฎบัตรสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในแถลงการณ์ของสถานทูตกัมพูชาบอกว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่ากัมพูชาให้ที่พักพิงกับคนเสื้อแดงที่เกี่ยวข้องในเหตุเผาบ้านเผาเมืองนั้น เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูล และยืนยันว่ากัมพูชาไม่เคยให้ที่พักพิงกับเสื้อแดงจริงๆ
เอาล่ะครับ จะจริงหรือไม่จริง คิดว่ากัมพูชาไม่ต้องรีบร้อนแจ้นออกมาปฏิเสธ
เพราะคิดว่าหากใครสังเกตการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศนี้มา ในระยะหลังๆ ก็จะพอดูออกว่ากัมพูชานั้น “เทกไซด์” อย่างชัดเจนในเกมการบ้านการเมืองไทย
บางครั้งบางหนยังเผลอนึกไปว่ารัฐบาลกัมพูชากลายเป็นพรรคการเมืองไทยพรรคหนึ่งในเมืองไทยไปแล้วด้วยซ้ำ!
กัมพูชาอิงกับฝ่ายไหน พรรคไหน สนิทกับใครก็เห็นๆ กันอยู่ ท่านสมเด็จฮุนเซน รักใครชอบใคร ถามใครก็รู้กันหมดนั่นแหละ
กัมพูชาแทรกแซงการเมืองไทยหรือไม่ เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยาก ทั้งคนไทย ทั้งคนกัมพูชา ตอบได้ทั้งนั้นแหละครับ!
เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวมากที่สุดสำหรับสมาชิกประเทศอาเซียน เพราะหนึ่งในวัฒนธรรมที่อาเซียนยึดปฏิบัติมาตั้งแต่ต้น คือ การไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน
ขนาดที่ว่าพม่าที่มีปัญหากับโลกตะวันตกอย่างหนัก และอาเซียนก็ถูกกดดันมาอีกต่อหนึ่ง ก็ยังไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงกิจการในพม่าได้
เพราะรู้ๆ กันดีครับว่าการที่ประเทศใดประเทศหนึ่งเข้าไปยุ่มย่ามในกิจการของประเทศอื่นแล้วจะนำผลเสีย สร้างผลกระทบอย่างไรต่อมา ซึ่งจะเสี่ยงต่อการทำลายความเป็นหนึ่งเดียวกันของอาเซียนอย่างรุนแรง
และสำหรับท่านฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเอง ในขณะนี้ก็ถือว่าท่านเป็นผู้นำอาเซียนที่อาวุโสมากที่สุด พูดง่ายๆ ก็คือผ่านเวลาอาเซียนมามากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้นำอาเซียนคนอื่นๆ
ท่านเองก็น่าจะรู้ น่าจะเข้าใจ และสำนึกได้เป็นอย่างดีถึงวัฒนธรรมของอาเซียนในเรื่องนี้
แต่ก็นั่นแหละครับ จะว่ากัมพูชาแต่เพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ เพราะคนของเราเองก็แส่ไปหาเขาเอง
เพราะถนัดนักล่ะครับ สำหรับพฤติกรรมคนไทยที่ชอบเอาคนนอกบ้านมายุ่งกับเรื่องในบ้าน
สุดท้ายแล้วก็พากันมาป่วนทำลายบ้านทำลายเมืองตัวเอง เผาบ้านเผาเมืองกันเอง คนนอกก็นั่งหัวเราะสบายใจเฉิบ
กี่ยุคกี่สมัย เมืองไทยหนีเวรหนีกรรมนี้ไม่พ้นเสียที







