posttoday
สปส.รื้อระบบจ่ายเงินรพ.โรคราคาแพงขี่บัตรทอง2เท่า

สปส.รื้อระบบจ่ายเงินรพ.โรคราคาแพงขี่บัตรทอง2เท่า

22 กันยายน 2554

กลิ่นสาบการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงเสาชิงช้า ถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง

กลิ่นสาบการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงเสาชิงช้า ถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง

โดย...ทีมข่าว กทม.

กลิ่นสาบการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงเสาชิงช้า ถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง หลังถูกชุมชนในโลกไซเบอร์เปิดโปงเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิด(ซีซีทีวี) แหกตาประชาชน จนทำให้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทั้งในอดีตและปัจจุบันจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันทั้งคู่ คือ อภิรักษ์ โกษะโยธิน และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ต้องออกโรงชี้แจงพัลวันจนนั่งเก้าอี้แทบไม่ติด

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เปิดฉากแถลงเมื่อวันที่ 21 ก.ย. ยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีการทุจริตหรือหมกเม็ดแต่อย่างใด หากใครสงสัยขอเชิญแห่เข้ามาร่วมตรวจสอบได้ทุกเมื่อ โดย กทม.พร้อมแบข้อมูลให้ดูทุกซอกทุกมุม

“หากพรรคเพื่อไทยต้องการจะเข้ามาตรวจสอบ ผมก็ยินดีและดีใจมาก ขอให้แห่กันมาเลย เรื่องจะได้จบๆ ผมจะได้ไปทำเรื่องอื่นแทน จะด่าผมตามเว็บไซต์พันทิปก็ได้ ด่ากันให้แหลกเลย ผมไม่ว่าอะไร แต่ขอให้ช่วยกันตรวจสอบ และถ้าผมไม่ผิด ก็ไม่จำเป็นต้องชี้แจงใดๆ เพราะผมไม่ได้กินปูนร้อนท้อง” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

 

สปส.รื้อระบบจ่ายเงินรพ.โรคราคาแพงขี่บัตรทอง2เท่า

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เริ่มสาธยายที่มาที่ไปว่า การจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของ กทม.มีทั้งสิ้น 2 รุ่น รุ่นแรกคือกล้องที่ติดตั้งหลังเกิดเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ โดยมีการยกร่างประกวดราคาจัดซื้อ(ทีโออาร์) ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2550-2551 ใช้งบฉุกเฉินจากรัฐบาล 330 ล้านบาท รวมกล้องทั้งหมด 2,046 ตัว และยังมีกล้องปลอมหรือ “กล้องดัมมี” รวมอยู่ด้วยอีก 1,325 ตัว

ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า เหตุที่ต้องซื้อกล้องปลอม เพราะงบประมาณมีจำกัดจำเขี่ย โดยกล้องจริงราคาตัวละ 3.4 หมื่นบาทถึง 1.3 แสนบาท แต่กล้องปลอมราคาตัวละ 2,500-2,700 บาทเท่านั้น อีกทั้งเป็นการติดตั้งเพื่อป้องปรามอาชญากรรมและผู้ก่อการร้าย เช่นเดียวกับประเทศอังกฤษที่มีการติดตั้งกล้องหลอกถึง 5 หมื่นตัว

“ประชาชนมีสิทธิคิดได้ว่า การติดตั้งกล้องปลอมมีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะมีการกำหนดไว้ในสัญญาจัดซื้อชัดเจน ยกเว้นว่าจะมีการจัดซื้อกล้องจริง แต่ติดตั้งกล้องปลอม” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า ได้สั่งการให้รื้อถอนกล้องซีซีทีวีปลอมออกทั้งหมดโดยเร็วที่สุด ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่ประมาณ 500 ตัว โดยจะทยอยติดตั้งกล้องจริงแทน

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับกล้องรุ่นที่ 2 กทม.ได้ยกร่างทีโออาร์จัดซื้อจำนวน 2 หมื่นตัว ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ โดยเป็นกล้องที่สามารถใช้งานได้จริงและได้ติดตั้งไปแล้ว 1 หมื่นตัว เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ระบุว่า ได้สั่งการให้ปลัด กทม.ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตโกงกินตามที่ถูกตั้งข้อสงสัยหรือไม่ รวมทั้งจะเสนอให้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหารราชการ กทม. ที่มี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร เป็นประธาน พิจารณาสอบสวนต่อไป

นอกจากนี้ กทม.จะเปิดเผยสัญญาการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีทุกฉบับ เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ของ กทม. รวมทั้งให้เปิดเผยข้อมูลพิกัดการติดตั้งกล้องซีซีทีวีในพื้นที่ กทม.ทั้งหมด เพื่อให้สื่อมวลชนและประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันตรวจสอบ ยกเว้นกล้องซีซีทีวีที่ติดตั้งในเขตพระราชฐานและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ซึ่ง กทม.ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้

วันเดียวกัน อภิรักษ์ แถลงยืนยันอีกครั้งว่าการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส มีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างตรวจสอบตามระเบียบ กทม.

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ออกมาขย่มตามน้ำทันทีว่าจะยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบโดยละเอียด โดยเชื่อว่าอาจมีการฮั้วประมูล

กลิ่นสาบความไม่ชอบมาพากลที่หลายฝ่ายออกมาชี้แจงและเตรียมตรวจสอบ ในแง่หนึ่งย่อมเป็นผลดีต่อประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนว่า มาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนยังไม่ทั่วถึงเพียงพอ  

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก