
2ยักษ์รับมือวันตัดสิน
โพสต์ทูเดย์
— ธนาคารกรุงเทพเอไอเอส กุมขมับรับมือหางเลขการเมืองสองบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ของไทย คือ ธนาคารกรุงเทพ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ต่างเตรียมรับมือจากผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงศาลจะมีคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 26 ก.พ.นี้
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงเมื่อวันที่ 17 ก.พ. ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะไปชุมนุมที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ถนนสีลม ในวันที่ 19 ก.พ. ตั้งแต่เวลา 12.0018.00 น. เพื่อเปิดเผยให้สาธารณชนทราบว่ากลุ่มทุนเหล่านี้สนับสนุน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อย่างไร และเป็นไปได้ว่าหลังจากนั้นจะไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.เปรม ที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ด้วย
แหล่งข่าวจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ได้เตรียมการรักษาความปลอดภัยไว้แล้ว โดยประสานไปยังตำรวจในพื้นที่และเตรียมแผงกั้นเหล็กรอบบริเวณสำนักงานใหญ่ หากมีการชุมนุมก็จะปิดรั้วทางเข้าออกทันที
นายอภิชาต รมยะรูป ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะมาสร้างความเสียหาย เพราะจะเป็นการทำลายชื่อเสียงของตัวเอง
ทั้งนี้ การชุมนุมอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในบริเวณธนาคาร ซึ่งก็คงเป็นเพียงผลกระทบสั้นๆ เพียง 1 วันเท่านั้น
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า คงไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะกลุ่มเสื้อแดงไม่ได้บอกว่าจะมาทำอะไร
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวในทำนองเดียวกันว่า เรื่องนี้จะไม่มีผลกระทบต่อระบบการเงินของประเทศ เพราะมีมาตรการดูแลอย่างดีแล้ว แต่จะส่งผลกระทบต่อการจราจรของผู้คนบริเวณดังกล่าวเท่านั้น
ขณะเดียวกัน นายสมประสงค์ บุญยะชัย รองประธานกรรมการเอไอเอส บริษัทซึ่งถูกพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ จากการแก้ไขสัญญาต่างๆ กล่าวว่า เอไอเอสรู้ตัวดีว่าจะต้องได้รับผลกระทบจากเรื่องการเมือง เพราะที่ผ่านมาภาพของบริษัทถูกผูกโยงกับภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาโดยตลอด แม้จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทก็พร้อมที่จะชี้แจงต่อศาลในกรณีต่างๆ ที่ถูกพาดพิง โดยอาศัยหลักฐานจากเอกสารสัญญาที่มีอยู่ ว่าทุกอย่างนั้นเป็นการดำเนินการโดยชอบธรรมตามกรอบสัญญาสัมปทานทุกอย่าง
“
เอไอเอสถูกโยงตลอด จึงต้องสื่อสารข้อมูลความจริงต่างๆ อย่างอดทน และอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ก.พ.นี้ จะเรียกประชุมฝ่ายบริหารทั้งหมด เพื่อเตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดไว้ก่อน” นายสมประสงค์ กล่าว






