
1ปีขึ้นค่าแรง
รัฐบาลบีบเอกชนนำร่องปรับก่อนกิตติรัตน์ยันให้เวลาปรับตัวช่วงสั้นเท่านั้น
รัฐบาลบีบเอกชนนำร่องปรับก่อนกิตติรัตน์ยันให้เวลาปรับตัวช่วงสั้นเท่านั้น
รัฐบาลสั่งผู้รับงานจากรัฐต้องจ่ายค่าจ้าง 300 บาท พร้อมขึ้นเงินลูกจ้างรัฐ 1 ม.ค. 2555 ส่วนเอกชนให้เวลาปรับตัว 1 ปี
แม้คณะกรรมการค่าจ้างกลาง หรือกรรมการไตรภาคี เมื่อวันที่ 14 ก.ย. จะไม่เห็นด้วยกับการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท แต่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวในงาน “อนาคตเศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลใหม่” ว่า วันที่ 1 ม.ค. 2555 รัฐบาลในฐานะผู้จ้างงานรายใหญ่จะขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท ให้กับลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราว รวมทั้งผู้ที่เข้ามารับงานจากรัฐจะต้องขึ้นรายได้เป็นวันละ 300 บาท
นอกจากนี้ จะมีผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายจะขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาท และขึ้นเงินเดือนระดับปริญญาตรีเป็นเดือนละ 1.5 หมื่นบาท ส่วนเอกชนรายอื่นจะให้เวลาปรับตัว 1 ปี หรือ 1 ปีเศษ การที่เอกชนจ้างคนด้วยเงินเดือนและค่าจ้างที่สูง จะสามารถดึงคนมีฝีมือเข้ามาทำงาน ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
กรณีที่เอกชนเสนอขอเวลา 3-4 ปี เพื่อปรับตัวในการขึ้นรายได้เป็นวันละ 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท หากรัฐบาลให้เวลาตามนั้น เชื่อได้ว่าเอกชนคงจะไปปรับรายได้หรือเงินเดือนขึ้นในปีสุดท้าย หรือในปีที่ 3 หรือปีที่ 4 ที่รัฐบาลให้เวลา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องการให้เอกชนทำเลยทันทีในช่วงปีกว่าๆ นี้
นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จะนำจุดยืนของภาครัฐปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่ม 40% จากฐานค่าจ้างเดิมใน 77 จังหวัดพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค. 2555 และจะทยอยปรับให้ได้ 300 บาทครบทุกจังหวัดในปี 2556 เสนอต่อคณะกรรมการค่าจ้างกลางในการประชุมครั้งหน้าช่วงสิ้นเดือน ก.ย.นี้
นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาท จะแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรกจะปรับฐานค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 40% เพราะต้องการขยับฐานค่าจ้างให้ใกล้กับเพดาน 300 บาท ส่วน 7 จังหวัด จะได้รับอานิสงส์ทำให้ได้รับค่าจ้าง 300 บาทไปโดยปริยาย ส่วนระยะที่สองจะผลักดันให้จังหวัดที่ยังมีค่าจ้างขั้นต่ำไม่ถึง 300 บาทขยับขึ้นให้ได้ 300 บาทเท่ากันทุกจังหวัด โดยทั้งสองระยะจะทำให้ได้ในปี 2555 และหลังจากนั้นคงไม่มีการปรับค่าจ้างไปอีก 3 ปี
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ กรรมการค่าจ้างฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า หากรัฐต้องการผลักดันเรื่องนี้จริง และร่วมมือกับฝ่ายลูกจ้างเพื่อโหวตในที่ประชุมกรรมการค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้างไม่มีทางสู้ได้อยู่แล้ว เพราะแม้จะวอล์กเอาต์เพื่อให้องค์ประชุมไม่ครบในครั้งแรกได้ แต่ประชุมครั้งต่อไป สามารถนัดได้อีกใน 15 วัน ซึ่งรอบนี้ไม่ว่าจะมีผู้ประชุมกี่คนก็ถือว่าครบองค์ประชุม
อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่าตัวผู้แทนกระทรวงการคลัง สศช. และพาณิชย์ จะเข้าใจผลกระทบ







