posttoday
จ่อรีดภาษีเครื่องดื่ม‘ชา-กาแฟ’

จ่อรีดภาษีเครื่องดื่ม‘ชา-กาแฟ’

13 กันยายน 2554

ธีระชัยสั่งสรรพสามิตหาทางเก็บขึ้นเต็มเพดานได้เงิน2หมื่นล้าน

ธีระชัยสั่งสรรพสามิตหาทางเก็บขึ้นเต็มเพดานได้เงิน2หมื่นล้าน

คลังสั่งสรรพสามิตหาทางเก็บภาษีเครื่องดื่มชา กาแฟ สินค้าฟุ่มเฟือย หารายได้ 2 หมื่นล้านบาท

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง ได้สั่งการให้ผู้บริหารกรมสรรพสามิตและสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ทำการศึกษาการจัดเก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้ากลุ่มที่ทำลายสุขภาพ โดยเฉพาะเครื่องดื่มสำเร็จรูปประเภทชา กาแฟ และเครื่องดื่มบำรุงกำลังเพื่อหารายได้เพิ่มเติม

แหล่งข่าวจากกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า รมว.คลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาการหารายได้เพิ่ม โดยเฉพาะภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าของผู้ที่มีรายได้สูง กำลังซื้อสูง เช่น ภาษีที่เก็บจากชาและกาแฟจริง เพราะต้องการหารายได้เพิ่ม ขณะที่ภาษีน้ำมันนั้นคงจะต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร เพราะหากมีการจัดเก็บต้องกระทบกับประชาชนจำนวนมาก

ทั้งนี้ รมว.คลัง ให้ศึกษาการปรับโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิต และจะเสริมด้วยการจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมพวกคาร์บอนเครดิต เพิ่มเติมอีกด้วย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า หากรัฐบาลจะจัดเก็บภาษีชาและกาแฟเพิ่มขึ้นก็ทำได้ทันที เพราะปัจจุบันมีกฎหมายอยู่ให้เก็บเต็มเพดาน 20% จากปกติจัดเก็บที่ 0% โดยหากปรับภาษีเต็มเพดานไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอแก้กฎหมาย อธิบดีกรมสรรพสามิตสามารถประกาศได้ทันที แต่หากปรับภาษีขึ้นมาไม่ถึง 20% จะต้องเสนอเพื่อแก้กฎหมาย ซึ่งในการจัดเก็บภาษีชาและกาแฟจะคิดจากปริมาณน้ำหนักของสินค้า ไม่ใช่คิดจากมูลค่า หรือจากปริมาณกาเฟอีนของสินค้าแต่อย่างใด

ทั้งนี้ รายได้จากภาษีในส่วนนี้ครบชุดน่าจะเพิ่มรายได้ขึ้นทันที 23 หมื่นล้านบาท และคาดว่าน่าจะทำให้มีการผลักภาระไปยังผู้บริโภคด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้า

สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังนั้น หากจะมีการปรับขึ้นภาษีเชื่อว่าน่าจะทำให้มีรายได้หลักพันล้านบาท เมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดที่มีอยู่ประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท โดยปัจจุบันเครื่องดื่มชูกำลังมีการนำเข้าวิตามินบางชนิดมาเป็นส่วนประกอบ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปัจจุบัน พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 และ พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 เปิดทางให้รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีจากสินค้าบางประเภทที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ สินค้าหรือบริการที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม เรือสำราญ กิจการบันเทิง เครื่องดื่มบางประเภท แต่กรมสรรพสามิตได้ออกประกาศยกเว้นการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้และน้ำพืชผักไว้ เพราะเห็นว่าเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

ขณะเดียวกันยังมีสินค้าอีก 2 ประเภทในกลุ่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือ เบียร์และเหล้าขาวที่ยังจัดเก็บภาษีไม่เต็มเพดาน โดยเบียร์เก็บอยู่ 55% ตามมูลค่า แต่เพดานอยู่ที่ 60% ส่วนภาษีสุราขาวเสนอให้ปรับขึ้นจาก 110 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ แต่เต็มเพดานอยู่ที่ 400 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ จะเห็นได้ว่ามีช่องว่างของภาษีบาปในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์และสุราขาวอยู่ หากรัฐบาลพุ่งเป้าจัดเก็บภาษีจุดนี้จะได้เงินภาษีเพิ่มขึ้นอีก 2 หมื่นล้านบาท

 

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน