posttoday
เศรษฐกิจ 9/11

เศรษฐกิจ 9/11

12 กันยายน 2554

ในสหรัฐและหลายประเทศต่างก็มีการรำลึกเนื่องในวันครบรอบ 10 ปี

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

ในสหรัฐและหลายประเทศต่างก็มีการรำลึกเนื่องในวันครบรอบ 10 ปี เหตุวินาศกรรมวันที่ 11 ก.ย. 2544 กันไปอย่างถ้วนหน้า ส่วนใหญ่ก็จะเป็นมุมอาลัยผู้ที่เสียชีวิต ยกย่องวีรบุรุษ วิเคราะห์สถานการณ์ก่อการร้าย หรือเก็บตกบรรยากาศอันน่าระทึกในวันเกิดเหตุ

แต่ในหนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล มีบทความชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเกี่ยวกับวันที่ 11 ก.ย. ในมุมของเศรษฐกิจ งานนี้ไม่ใช่ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการก่อการร้าย แต่เป็นการหารายได้บนโศกนาฏกรรมวันที่ 11 ก.ย. ที่ไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าวในหน้า นสพ. หรือทีวีสักเท่าไร

แอนน์ คาเดต ผู้เขียนรายงานชิ้นนี้ระบุว่าเมื่อเดือนที่แล้ว เธอเคยเขียนเรื่องที่บริษัท ไวน์นอร์ธ ฟอร์ก ได้จำหน่ายไวน์ตัวใหม่เป็นที่ระลึกเนื่องในเหตุวินาศกรรม เป็นไวน์แมร์โลต์ ในราคา 19.11 เหรียญสหรัฐ ผู้เขียนได้โทร.ไปขอสัมภาษณ์ถึงแนวความคิดที่ออกไวน์ตัวนี้ ซึ่งได้รับการนัดแนะกันในเดือนถัดมา

แต่เมื่อนักข่าวโทร.ไปนัดการสัมภาษณ์ในสัปดาห์ที่แล้วก็ต้องตะลึงกับเรื่องที่ได้ยิน เมื่อผู้จัดการของบริษัทไวน์บอกว่า เจอทั้งการด่าว่าและถึงขั้นขู่ฆ่าที่เอาเรื่องโศกนาฏกรรมมาหากิน เว็บบล็อกของนักข่าวชื่อดังหลายแห่งก็เขียนโจมตี และแน่นอนว่าทำให้ร้านค้าหลายแห่งทานกระแสไม่ไหวต้องคืนไวน์ให้บริษัทในที่สุด ทั้งที่บริษัทได้ออกไวน์ดังกล่าวภายใต้ความร่วมมือกับคณะกรรมการเหตุการณ์วันที่ 11 ก.ย. และมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติวันที่ 11 ก.ย.

นับเป็นโชคดีอย่างหนึ่งที่รายงานชิ้นนี้ไม่ได้ตัดสินว่าใครเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ไม่ใช่การเล่าข่าวเชิงใส่สีสันเพื่อกระตุ้นอารมณ์ผู้อ่านไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ได้ให้มุมมองของคนทั้งสองฝ่าย และให้ผู้อ่านได้ตัดสินใจเอง

ชาวนิวยอร์กจำนวนไม่น้อยต่างหัวเสียกับการขายของที่ระลึก ตั้งแต่หนังสือ หมวก ซีดี แก้ว ไปจนถึงปลอกคอสุนัข ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการหากินกับโศกนาฏกรรมที่สะเทือนใจชาวอเมริกันที่สุดครั้งหนึ่ง

ในส่วนของคนที่ขายของที่ระลึกจากเหตุ 9/11 นั้น ก็ไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ แต่เป็นชาวอเมริกันทั่วไปที่นำของที่ระลึกมาจำหน่ายนักท่องเที่ยวหรือชาวอเมริกันด้วยกันในนิวยอร์ก ซึ่งของที่นำมาขายก็มีจุดประสงค์เพื่อรำลึกและเป็นไปในทางยกย่องให้เกียรติ

อย่างชาวนิวยอร์กรายหนึ่งที่ขายหนังสือแถวกราวด์ ซีโร มานานกว่า 7 ปี ควบคู่ไปกับการทำงานในร้านขายของชำเล็กๆ โดยได้เงินวันละ 50–60 เหรียญสหรัฐ เขาเล่าว่าการขายของแบบนี้ไม่ใช่ได้เงินอย่างเดียว แต่ยังถูกสาปส่งจากบางคนอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่เขาตอบโต้ได้มีเพียงแต่คำว่า “ผมเสียใจ” โดยยึดเอาเหตุผลที่ต้องหาเลี้ยงลูกสาววัย 4 ขวบไว้ในใจ แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็เลือกที่จะไม่ขายของในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ปี เพราะคงจะทำให้รู้สึกแย่มาก

และนี่ก็เป็นอีกมุมเล็กๆ ที่อยากนำมาเสนอให้ได้เห็นกันค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน