
แก๊งตกทองอาละวาดที่ตราด
แก๊งตกทองออกอาละวาดลวงสาวเมืองตราดป้ายยาหลอกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง เงินสดสด 1.2 พันบาท
แก๊งตกทองออกอาละวาดลวงสาวเมืองตราดป้ายยาหลอกเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง เงินสดสด 1.2 พันบาท
น.ส.นิตยา สุภาพ อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 4 บ้านปลายคลอง ต.วังกระแจะ อ.เมือง จ.ตราด เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท .ไตรภพ บุญมาวงศ์ ร้อยเวร สภ.เมืองตราด ว่าเมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 6 ก.ย.ขณะเดินทางออกจากบ้านพักเข้ามาที่ตลาดสดได้มีหญิงสาวอายุกว่า 50 ปี ผมหงอก เดินเข้ามาจับมือและบอกว่าหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างหน้าอายุไล่เลี่ยกันขโมยกระเป๋าเงินไป
อย่างไรก็ตามขณะที่พูดคุยอยู่น.ส.นิตยา บอกว่า รู้สึกคล้อยตามกับคำพูด จนกระทั่งถูกจูงมือไปยังห้องน้ำที่อยู่ติดกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 ฝั่งตรงข้าม ซึ่งหญิงสาวที่เป็นคนร้ายได้พูดจาหลอกล่อว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋าที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้า จะมอบให้แต่ขอแลกกับสร้อยคอทองคำที่อยู่ในคอ น.ส.นิตยาก็ถอดสร้อยคอให้ไปโดยดี พร้อมทั้งเงินสดจำนวน 1,200 บาท นอกจากนี้คนร้ายยังหลอกเอาบัตรเอทีเอ็มของธนาคารออมสินไปด้วยพร้อมรหัสบัตร แล้วคนร้ายก็มอบกระเป๋าเงินให้กับนางสาวนิตยาที่ภายในมีเงินเหรียญรวมกันจำนวน 44 บาท ที่ห่อผ้าเช็ดหน้าไว้ เสร็จแล้วก็หลบหนีไป
น.ส.นิตยา กล่าวว่า เวลาผ่านไปประมาณ 5 นาที รู้สึกตัวจึงเดินเข้าไปในตลาดสดในซอยไร่รั้ง เทศบาลเมืองตราด และพบกับนางภัทราวรรณ เม้งจันทร์ ปี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายของอยู่ เมื่อนางภัทราวรรณ เห็นน.ส.นิตยาเดินผ่านมาและร้องไห้จึงได้สอบถามเนื่องจากเห็นว่าเป็นคนบ้านปลายคลองเหมือนกัน จึงทราบว่าถูกแก๊งคนร้ายหลอกเอาทรัพย์สินและบัตรเอทีเอ็มไป จึงได้พานางสาวนิตยาไปแจ้งอายัดบัตรเอทีเอ็มที่ธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นการโชคดีที่เงินในบัญชีที่มีอยู่ 15,000 บาทยังไม่ถูกถอนไป และพาไปแจ้งตำรวจที่ตู้ยามสุขุมวิท และเดินทางมาที่ สภ.เมืองตราด
ทั้งนี้หลังจากที่น.ส.นิตยา เล่าเหตุการณ์ให้ฟังแล้วจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและน.ส.นิตยา ไปชี้ที่เกิดเหตุพร้อมทั้งไปขอดูกล้องวงจรปิดที่เป็นของเอกชนที่ติดตั้งไว้ แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเปิดดูได้ จึงได้เดินทางกลับมาแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองตราด เพื่อติดตามหาตัวคนร้ายต่อไป







