
ปมปัญหากระทรวงหมอ ค่ารายหัวลักลั่น-ค่าตอบแทนแพทย์ต่ำ
ที่ประชุมรับมอบนโยบายการบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
ที่ประชุมรับมอบนโยบายการบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.)
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ที่ประชุมรับมอบนโยบายการบริหารงานกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา วิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข และ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น รมช.สาธารณสุข ได้ชี้แจงทิศทางการดำเนินงานต่อข้าราชการทั่วประเทศร่วม 500 คน มีเนื้อหาน่าสนใจ ดังนี้
นโยบายทั้ง 16 ข้อของ 2 รัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ถูกแจกแจงในเวลา 1 ชั่วโมงเศษ เริ่มจาก นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสนอปัญหาให้ที่ประชุมรับทราบว่า ได้มีการหารือร่วมกับ นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถึงปัญหางบเหมาจ่ายรายหัวที่จ่ายไปในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน เช่น บางจังหวัดได้เพียง 400 บาทต่อหัวประชากร ขณะที่บางจังหวัดได้ถึง 2,000-3,000 บาท หลังจากนี้จะแก้ปัญหาไม่ให้เกิดช่องว่างเกิน 1,100 บาท
สำหรับเงินค่าบำรุงโรงพยาบาลจำเป็นต้องรักษาไว้เท่าเดิม เพราะเงินเหล่านี้คือเงินที่ใช้ตอบแทนพนักงาน อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถรักษาไว้ได้ อาจต้องพิจารณาปรับลดเงินเดือนพนักงานแทน เพื่อให้โรงพยาบาลมีสถานะทางการเงินดีขึ้น
นพ.ไพจิตร์ ยังระบุด้วยว่า ปัญหาค่าตอบแทนแพทย์ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วเมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็จะทบทวนงบประมาณรายจ่ายใหม่ โดยขณะนี้มีหลายกระแสเริ่มไม่สบายใจว่าจะมีการปรับลดหรือไม่ ได้รับคำยืนยันจากวิทยาแล้วว่าจะจัดสรรงบกลาง 1,717 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าตอบแทนแพทย์แน่นอน
“สิ่งที่ต้องพิจารณาคือจะทำอย่างไรให้เงินค่าตอบแทนแพทย์มีความมั่นคง หากไม่สามารถปรับเพิ่มได้ อาจต้องใช้วิธีเพิ่มค่าตอบแทนเข้าไปในค่าเหมาจ่ายรายหัวของ สปสช.เฉลี่ยหัวละ 100 บาท” นพ.ไพจิตร์ กล่าว
ด้าน ต่อพงษ์ กล่าวสั้นๆ เพียง 2 เรื่องว่า 1.อยากให้เตรียมแผนตั้งรับการเปิดเสรีอาเซียนในปี 2558 2.สธ.จำเป็นต้องใช้หลักคิด “เก่งคิด เก่งคน เก่งงาน” โดยรัฐมนตรีในฐานะนักการเมือง จะต้องเก่งคิดนโยบายและแผนงาน ปลัดกระทรวงซึ่งทำงานมานานและเข้าใจระบบจำเป็นต้องเก่งในการเลือกคน ขณะที่ข้าราชการต่างๆ ควรจะเก่งเรื่องการทำงาน
“อยากฝากให้ท่านปลัดเลือกคนให้เหมาะสมกับงานด้วย” รมช.ต่อพงษ์ ย้ำ
ขณะที่ วิทยา ยืนยันว่า จะเริ่มเดิมหน้านโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค โดยจะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงกระทรวงแรงงานเข้าหารือก่อนที่จะลงรายละเอียดในทางปฏิบัติ มั่นใจว่าจะไม่มีใครเสียเปรียบหรือได้เปรียบ
สำหรับนโยบายทั้ง 16 ข้อ ประกอบด้วย 1.สาธารณสุขตามแนวพระราชดำริและโครงการเฉลิมพระเกียรติ ส่วนกลาง 12 โครงการ ภูมิภาค 93 โครงการ 2.เพิ่มคุณภาพระบบหลักประกันสุขภาพสร้างระบบที่มีเอกภาพ 3.ลดอัตราป่วย ตาย จากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 4.คุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ เน้นตรวจสารปนเปื้อนสุ่มตัวอย่างในอาหารตามตลาดและชุมชนใหญ่
5.พัฒนาระบบเฝ้าระวังเตือนภัยให้ทันการณ์ โดยจะใช้ช่องทางตัววิ่งผ่านสถานีโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ และตั้ง 36 ทีมเชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติกระจายทั่วประเทศ 6.ดูแลกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ คือเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และแรงงานข้ามชาติ เบื้องต้นจะจัดตั้งศูนย์พัฒนาสุขภาพสตรีระดับอำเภอ จังหวัดละ 100 ล้านบาท
7.สร้างแรงจูงใจเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของ อสม. 8.สร้างแรงจูงใจแก่บุคลากรสาธารณสุขทุกระดับ โดยการเพิ่มค่าตอบแทนและเพิ่มกำลังการผลิตบุคลากร เช่น โครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพ 1 คน 1 ตำบล 9.เพิ่มการลงทุนในระบบบริการทุกระดับ 10.ส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
11.ส่งเสริมการจัดบริการสุขภาพนานาชาติและระบบโลจิสติกส์ 12.สนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการจัดบริการสุขภาพ โดยจะปรับค่าบริการโรงพยาบาลที่แพงเท่าโรงแรมได้อย่างไร 13.พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพให้มีคุณภาพ เน้นที่คอลเซ็นเตอร์ 14.พัฒนาและผลักดันการบังคับใช้กฎหมาย 15.จัดตั้งศูนย์บำบัดฟื้นฟู ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด 16.ทำการสื่อสารสาธารณะด้านสุขภาพเน้นช่องทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม







