posttoday
กรมชลฯเตือนกลาง-กทม.รับมือน้ำท่วม

กรมชลฯเตือนกลาง-กทม.รับมือน้ำท่วม

30 สิงหาคม 2554

กรมชลฯเตือนอีก7วัน ภาคกลาง และกทม.รับมือน้ำท่วมหนักซ้ำรอยปี 49

กรมชลฯเตือนอีก7วัน ภาคกลาง และกทม.รับมือน้ำท่วมหนักซ้ำรอยปี 49

นายวีระ วงศ์แสงนาค รองอธิบดีกรมชลประทาน  กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า  ในช่วง 3-5 ก.ย.  นี้ จะมีร่องมรสุมอีกลูกเข้าภาคเหนือตอนล่างจะทำให้เกิดฝนตกหนักหนาแน่นตั้งแต่ภาคเหนือถึงภาคกลาง ซึ่งสถานการณ์น่าเป็นห่วงมาก   เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำเหนือยังมีมวลน้ำขนาดใหญ่ค้างอยู่  และปริมาณน้ำในลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำน่านอยู่ที่ระดับ 1,480 ลบ.ม.ต่อวินาที จากลุ่มน้ำปิง  881 ลบ.ม.ต่อวินาที  ซึ่งเมื่อมีมรสุมเข้ามาเพิ่มก็ทำให้กังวลว่า จะทำให้ปริมาณน้ำที่นครสวรรค์เป็นมวลน้ำก้อนใหญ่ที่สูงมากอาจเทียบเท่ากับปี 2549  ที่ระดับน้ำสูงที่สุดในรอบ  15 ปี 

จากสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าในช่วงปลายสัปดาห์ปริมาณน้ำจะสูงต่อเนื่องอาจจะถึงระดับ  2,800-3,000  ลบ.ม.ต่อวินาที  จะใกล้เคียงกับอุทกภัยใหญ่ปี  2545  ที่มีปริมาณน้ำมากถึง  3,997 ลบ.ม.ต่อวินาที  และโอกาสที่จะเกิดก็มีมาก  จากปริมาณน้ำฝนที่วัดได้เดือนส.ค. อย่างไรก็ตาม ภายใน  7 วันจะเห็นมวลน้ำทั้งหมดว่าจะมีระดับวิกฤติแค่ไหน แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าจะไม่มากเท่าปี  2549 ซึ่งปริมาณน้ำสูงถึง  5,969  ลบ.ม.ต่อวินาที   ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบ 1 5 ปี   ซึ่งในขณะนี้ กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งเตือนผู้ว่าราชการจังหวัดในทุ่งภาคกลางทั้งหมด ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง นครศรีอยุธยา สุพรรณ นนทบุรี ปทุมธานี  เร่งเก็บเกี่ยวข้าวก่อนวันที่ 10 ก.ย.    ซึ่งวันที่ 3 ก.ย.ฝนจะตกหนักผลผลิตจะเสียหาย ขอให้ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวทั้งหมด อีกทั้งกรมชลฯเตรียมแผนไว้ว่าหากปริมาณน้ำเกินความสามารถในการบริหาร คือเกินระดับ  3 ,000 ลบ.ม.ขึ้นไปอาจต้องผันเข้าทุ่งเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกและตะวันออก

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก