posttoday
เร่งภารกิจช่วยแม้ว-แดง สังคมระแวง ปรองดองยาก

เร่งภารกิจช่วยแม้ว-แดง สังคมระแวง ปรองดองยาก

16 สิงหาคม 2554

พลันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศจุดยืนว่า

พลันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศจุดยืนว่า

โดย...ทีมข่าวการเมือง

พลันที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศจุดยืนว่า

จะไม่ทำเพื่อคนกลุ่มใด

“ดิฉันจะมุ่งมั่น สร้างสุข สลายทุกข์ ให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างสุดกำลังความสามารถ

ดิฉันจะไม่ทำเพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่จะทำเพื่อประเทศชาติและคนไทยทุกคน”

แต่ปรากฏว่า หลังยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯ ไม่ถึงสัปดาห์ กลับมีเรื่องที่รัฐบาลปู ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้วยภารกิจทำเพื่อทักษิณ

เริ่มที่ กระทรวงการคลัง กรมสรรพากรรับลูกรัฐบาลใหม่ทันที เสนอไม่อุทธรณ์การเรียกเก็บภาษีการขายหุ้นชินคอร์ปจากทายาททักษิณ “พานทองแท้พินทองทา” จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท จากผลคดีร่ำรวยผิดปกติที่มีการยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท

เร่งภารกิจช่วยแม้ว-แดง สังคมระแวง ปรองดองยาก

การใช้ดุลยพินิจไม่อุทธรณ์คดีภาษีครั้งนี้ ถูกวิจารณ์ว่าเข้าข่ายผิดหลักปฏิบัติของกรมสรรพากรที่จะต้องสู้คดีให้ถึงที่สุดและเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ถัดมา กระทรวงการต่างประเทศ มี 2 ปมร้อนที่กำลังเป็นเรื่อง!

1.การขยับเสนอคืนพาสปอร์ตเล่มแดงให้อดีตนายกฯ ทักษิณ

“สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” รมว.ต่างประเทศ ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่อง แต่ถ้ากระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องมา ก็พร้อมพิจารณาโดยยึดหลักความถูกต้องและจารีตประเพณีที่เคยมีมา ธรรมเนียมที่ผ่านมา ปฏิบัติกับอดีตนายกฯ เป็นอย่างไรก็ควรปฏิบัติอย่างนั้น ชวนตีความได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรได้รับการคืนพาสปอร์ตแดงเหมือนอดีตนายกฯ คนอื่นๆ

2.การที่สุรพงษ์ ฝากถึงทูตญี่ปุ่นระหว่างเข้าพบทันทีที่ได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.ต่างประเทศว่า ให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะเดินทางเข้าประเทศไปบรรยายพิเศษ และดูผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ จนที่สุดทางการญี่ปุ่นยอมให้เข้าประเทศทั้งที่มีกฎห้ามนักโทษติดคดีเข้าประเทศ

กระนั้น รมว.ต่างประเทศคนใหม่ ที่โพลให้ “ยี้” สุด บอกปัดไม่ได้บีบบังคับญี่ปุ่น แต่เป็นดุลยพินิจของญี่ปุ่นเอง ว่าจะให้วีซ่าหรือไม่ แต่ล่าสุด ยูคิโอะ เอดาโนะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงว่า เหตุที่รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติวีซ่าแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเพราะคำร้องขอจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์

ขณะเดียวกัน กระทรวงยุติธรรม ถึงแม้จะไม่ใช่เรื่องภารกิจเพื่อทักษิณโดยตรง แต่ก็มีวาระร้อนที่แกนนำคนเสื้อแดง โดยจตุพร พรหมพันธุ์ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าพบ รมว.ยุติธรรม เพื่อให้เยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ชุมนุมปีที่แล้ว รายละ 10 ล้านบาท

ประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากนายกฯ ยิ่งลักษณ์ แต่เหตุผลที่ สส.กลุ่มเสื้อแดงเร่งเสนอต่อรัฐบาลเพราะเคยรับปากมวลชนว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ก็จะช่วยเหลือวีรชนคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตรายละ 10 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อได้ชัยชนะเป็นรัฐบาลก็ต้องตอบแทนคนเสื้อแดงที่สู้เหนื่อยยากอย่างเต็มที่ แต่มีรายงานว่าคนตระกูลชินวัตรในพรรคเพื่อไทยยังไม่เห็นด้วย เพราะรวมแล้วจะเป็นเงินที่สูงถึง 910 ล้านบาท

นอกจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดสัปดาห์ที่รัฐบาลเพื่อไทยเริ่มงาน มีข่าวลือสะพัดว่าจะมีการผลักดันให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่จะเกษียณอายุราชการในปีหน้า เป็น ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่อาจถูกเด้งเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางการจับจ้องว่าจะเป็นการเริ่มต้นล้างบางขั้วอำนาจเก่าหรือไม่

เหล่านี้เป็นเรื่องประเด็นร้อนที่กระทบต่อรัฐบาลเพื่อไทย ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ พยายามชี้แจงว่า เรื่องการคืนพาสปอร์ตแดงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ไม่ทราบเรื่อง เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศและรัฐบาลก็ไม่มีนโยบายคืนพาสปอร์ตให้ใคร กระนั้น นายกฯ ยิ่งลักษณ์ก็พูดเป็นนัยว่า “ทุกอย่างต้องยึดหลักความเท่าเทียมกัน”

แต่ถึงแม้ นายกฯ หญิง จะปัดเรื่องไม่รู้ไม่เห็นและยืนยันว่า รัฐบาลน้องสาวไม่ได้ช่วยเหลือพี่ชาย แต่ยิ่งลักษณ์ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าคณะรัฐบาล

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐมนตรีแต่ละคนที่ได้มา ล้วนผ่านความเห็นชอบจาก พ.ต.ท.ทักษิณ

ดังคำยืนยันจาก พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ล่าสุด ว่าได้โทรศัพท์หา พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อแจ้งว่าไม่ขอรับเก้าอี้รองนายกฯ

การเปิดเกมรุกช่วยทักษิณ ราวกับเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้ เพราะยังไม่ทันได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่เป็นการนับหนึ่งก่อนเริ่มงานอย่างเป็นทางการก็เริ่มตอบสนองต่อ “ผู้มีอุปการคุณ” ขัดกับคำมั่นของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ว่า “จะไม่ทำเพื่อคนกลุ่มใด แต่จะทำเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ นอกจากนี้ ยังกระทบต่อ “ต้นทุน” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่เพิ่งเข้ามาด้วยความสดใหม่

ประการสำคัญ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ มีนโยบายสร้างความปรองดอง โดยประกาศว่า “อะไรให้อภัยได้ก็ควรให้” และทำให้เห็นด้วยการตั้งรัฐมนตรี อย่าง พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็น รมว.กลาโหม ที่เจ้าตัวบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ให้มาทำเรื่องปรองดองเป็นหลัก และส่วนตัวจะเดินทางไปพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เพื่อแสดงความเคารพ ไม่สนต่อกระแสต่อต้านของคนเสื้อแดงที่เคยขับไล่ พล.อ.เปรม

รวมถึงการที่ไม่นำแกนนำ นปช.มาเป็นรัฐมนตรี เพื่อลดแรงเสียดทาน ที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมรับเพราะเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย แต่สิ่งที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เร่งเครื่องช่วยทักษิณก็อยู่บนทฤษฎีที่ว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อน ถ้านานกว่านี้กระแสจะแผ่วและไม่อาจทำเรื่องร้อนๆ ได้ ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า ไม่ต้องการปรองดองอย่างที่ประกาศไว้

เป็นวาระ “เชิญแขก” ให้กลุ่มต่างๆ ออกมาต่อต้านรัฐบาลยิ่งลักษณ์เร็วขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ