posttoday
สุรพงษ์ สายล่อฟ้าจุดอ่อน ครม.ยิ่งลักษณ์

สุรพงษ์ สายล่อฟ้าจุดอ่อน ครม.ยิ่งลักษณ์

15 สิงหาคม 2554

เป็นประจำทุกครั้งในทุกรัฐบาลย่อมมีรัฐมนตรีที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภท “สายล่อฟ้า”

เป็นประจำทุกครั้งในทุกรัฐบาลย่อมมีรัฐมนตรีที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภท “สายล่อฟ้า”

โดย...ทีมข่าวการเมือง

เป็นประจำทุกครั้งในทุกรัฐบาลย่อมมีรัฐมนตรีที่ถูกจัดให้อยู่ในประเภท “สายล่อฟ้า” ซึ่งครั้งนี้ก็เช่นเดียว เมื่อปรากฏชื่อ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ตำแหน่งเจ้ากระทรวงบัวแก้ว ถือเป็นของร้อนที่พรรคเพื่อไทยต่างเกี่ยงกันไม่อยากเข้ารับตำแหน่ง เพราะมีสารพันปัญหาจำนวนมากรอสร้างแรงเสียดทาน เช่น กรณีปราสาทพระวิหาร หรือการสร้างความสัมพันธ์กับกัมพูชา การติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เป็นต้น

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เก้าอี้เสนาบดีตัวนี้พรรคเพื่อไทยวางตัว “กิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จากนั้นมาเป็น “วิกรม คุ้มไพโรจน์” อดีตเอกอัครราชทูตประเทศไทย ประจำกรุงลอนดอน รวมถึง “ดอน ปรมัตถ์วินัย” อดีตเอกอัครราชทูตประเทศไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่ชื่อโผล่มาแจมเป็นแคนดิเดตในช่วงท้ายก่อนตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ตรงกันข้ามชื่อของ “สุรพงษ์” ถูกวางให้เป็นแคนดิเดต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เนื่องด้วยดีกรีจบปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และปริญญาวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยยังทาวน์สเตต สหรัฐ และปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแห่งแอเคริน สหรัฐ และมีผลงานจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ “จุติ ไกรฤกษ์” อดีต รมว.ไอซีที กรณีการประมูลโครงการ 3จี ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

จึงไม่แปลกเมื่อสุดท้ายต้องมานั่งในเก้าอี้ตัวนี้ด้วยความเต็มใจหรือจำใจ ทำให้ต้องเผชิญกับแรงเสียดทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แรงเสียดทานแรก คือ “ความรู้ความสามารถ” แม้ว่าจะมีดีกรีจบต่างประเทศก็จริง แต่ก็ไม่ได้เป็นงานด้านต่างประเทศ รวมทั้งไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน ถ้าเทียบกับรัฐมนตรีต่างประเทศก่อนหน้านี้ของทั้งสองรัฐบาล

เริ่มตั้งแต่พรรคพลังประชาชนมี “นพดล ปัทมะ” เคยเป็นเลขานุการ รมว.ต่างประเทศ (2542-2544) หรือ “กษิต ภิรมย์” ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะถูกตำหนิว่าเป็นโควตาของคนเสื้อเหลือง แต่ด้วยดีกรีที่จบการศึกษาด้านการต่างประเทศมาโดยตรงจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ สหรัฐ และยังรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศนานกว่า 30 ปี อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ

สุรพงษ์ สายล่อฟ้าจุดอ่อน ครม.ยิ่งลักษณ์

 

ข้อเปรียบเทียบจึงเกิดขึ้น ทำให้สุรพงษ์ถูกมองอย่างไม่มีทางเลี่ยงได้ว่า ได้ตำแหน่งเพราะ “ทักษิณ” โดยเป็นบุคคลที่ พ.ต.ท.ทักษิณไว้วางใจมากที่สุดกว่า สส.หลายคนในพรรค ถึงขนาดบินตรงเข้านอกออกดูไบเป็นว่าเล่น

ด้านหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณต้องการหาหลักประกันที่ไว้ใจได้ว่าระหว่างอยู่ต่างประเทศ จะไม่เจอกับการถูกไล่ล่าเหมือนกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ จนกระทั่งถูกยกเลิกหนังสือเดินทางทางการทูต (พาสปอร์ตแดง) ซึ่งส่งผลต่อเครดิตของ พ.ต.ท.ทักษิณในสายตาของต่างชาติไม่น้อย

โดยงานแรกของ รมว.บัวแก้วคนนี้ กำลังถูกจับตาเป็นอย่างยิ่งว่าเป็นการเกื้อหนุน พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ เริ่มตั้งแต่การเตรียมพิจารณาคืนพาสปอร์ตให้อดีตนายกฯ ทักษิณ

ต่อด้วยความเคลื่อนไหวล่าสุด ที่มีรายงานจากสำนักข่าวเกียวโดระบุว่า รมว.ต่างประเทศของไทยทำหนังสือถึง “เซอิจิ โคจิมา” เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือให้ พ.ต.ท.ทักษิณสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษระหว่างวันที่ 22-28 ส.ค. เยี่ยมพื้นที่ประสบภัยแผ่นดินไหวและสึนามิ

การทำเรื่องเป็น “กรณีพิเศษ” เพราะกฎหมายของญี่ปุ่นบัญญัติข้อห้ามไม่ให้ผู้มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปเข้าประเทศ เว้นแต่จะพิจารณาให้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณมีโทษติดตัวจำคุกอยู่ 2 ปี จากคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีการซื้อขายที่ดินถนนรัชดาภิเษก

ถ้ามองกันตามปกติแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่น่าเข้าประเทศญี่ปุ่นได้เพราะมีสถานะทางบุคคลขัดกับกฎหมายของญี่ปุ่น แม้ว่ากฎหมายจะมีช่องอนุโลมให้ก็ตาม แต่คำถามสำคัญที่กำลังเป็นแรงเสียดทานอย่างรุนแรงและพุ่งเข้าใส่ รมว.ต่างประเทศของไทย คือความจำเป็นให้ พ.ต.ท.ทักษิณเข้าญี่ปุ่นเป็นกรณีพิเศษ

ความเคลื่อนไหวที่ออกมาส่งผลให้ภาพลักษณ์ ครม.ยิ่งลักษณ์กำลังถูกลดความน่าเชื่อถือตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงานเต็มตัว โดยมี รมว.ต่างประเทศผู้ใกล้ชิดเป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะการกระทำของรัฐบาลกำลังเป็นข้อสงสัยว่าสวนกับแนวทางของรัฐบาลเองหรือไม่ตามที่ได้มีการประกาศว่า “จะทำเพื่อส่วนรวมและประโยชน์ของประเทศชาติ”

สิ่งที่เกิดขึ้นสังคมได้สะท้อนผ่านผลสำรวจทางการเมืองของ “สวนดุสิตโพล” ระบุว่า ประชาชน 51.89% รู้สึกผิดหวังกับรัฐมนตรีที่ชื่อ “สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล” มากที่สุดเป็นอันดับ 1 เป็นสัญญาณเตือนประหนึ่งให้รัฐบาลเห็นแล้วว่า จากนี้ไปทุกย่างก้าวของกระทรวงการต่างประเทศเป็นที่จับจ้องและถูกตรวจสอบของสังคมอย่างไม่คลาดสายตา

คำประกาศของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ขอเวลา 6 เดือนขอตรวจการบ้านรัฐมนตรี เหมือนเป็นเป็นสัญญาประชาคมที่ต้องการประเมินการทำงานรัฐมนตรีแต่ละคนเพื่อลดเสียงยี้ของรัฐบาล ซึ่งการบ้านของเจ้ากระทรวงบัวแก้วทำท่าจะหนักและหืดขึ้นคอกว่ารัฐมนตรีคนอื่น ทั้งความเป็นสายล่อฟ้าในตัวและขึ้นแท่นเป็นเต็งหนึ่งของรัฐมนตรี ที่อาจจะถูกปรับออกจากทีมในไม่ช้า 
 

 

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว