posttoday
แดงกลืนเลือด...กระเพื่อมใต้น้ำ

แดงกลืนเลือด...กระเพื่อมใต้น้ำ

11 สิงหาคม 2554

พี่น้องเสื้อแดงคงรู้สึกผิดหวังบ้าง แต่ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจและอย่าเคลื่อนไหวใดๆ

พี่น้องเสื้อแดงคงรู้สึกผิดหวังบ้าง แต่ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจและอย่าเคลื่อนไหวใดๆ

โดย...ทีมข่าวการเมือง

พี่น้องเสื้อแดงคงรู้สึกผิดหวังบ้าง แต่ขอให้ทุกคนโปรดเข้าใจและอย่าเคลื่อนไหวใดๆ เป็นการกดดันและเกิดความไม่สบายใจแก่สังคม วันนี้คนเสื้อแดงต้องช่วยกันให้กำลังใจ สนับสนุน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ทำงานด้วยความราบรื่น”

อารมณ์ตกค้างจากคนเสื้อแดงที่หลุดโผ ครม.ยิ่งลักษณ์ 1 แบบไม่เหนือความคาดหมาย สะท้อนผ่าน “ก่อแก้ว พิกุลทอง” แกนนำคนเสื้อแดง ที่แม้จะบอบช้ำ แต่ก็ต้องเก็บไว้ภายในไม่สามารถออกมาฟาดงวงฟาดงาอะไรได้

ทำได้เพียงแค่ “กลืนเลือด” และรอรางวัลปลอบใจ หรือโอกาสที่สักวันหนึ่งจะมาถึง

“การปรับ ครม.ครั้งหน้านั้นไม่จำเป็นต้องนำคนเสื้อแดงมาเป็นรัฐมนตรี เพราะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกฯ และเห็นความสามารถกับคนเสื้อแดงหรือไม่ ถ้ามีความสามารถก็ดึงมาใช้ก็ได้ และเราก็ไม่มีเงื่อนไขใดๆ ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้”

ชัดเจนว่าการกีดกันไม่ให้คนเสื้อแดงอยู่ร่วมชายคา “ครม.ปู 1” เพื่อหวังลดเสียง “ยี้” และกระแสต้านจากสังคม ที่ยังฝังใจกับบาดแผลเมื่อครั้งเผาบ้านเผาเมือง เพราะหากไม่ตัดตอนเสียตั้งแต่ตอนนี้ย่อมส่งผลต่อการบริหารประเทศของนายกฯ หญิง แม้รู้ว่าอีกด้านหนึ่งย่อมก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมใต้น้ำที่คอยกัดเซาะอยู่ภายใน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าชัยชนะอันถล่มทลายของพรรคเพื่อไทยเที่ยวนี้ เพราะได้ “เสื้อแดง” ช่วยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน

แดงกลืนเลือด...กระเพื่อมใต้น้ำ

แกนนำเสื้อแดงหลายคนสู้ทำงานแบบถวายหัว ถึงขั้นแลกมาด้วยคดีร้ายแรงติดตัว ไม่ว่าจะเป็นคดีหมิ่นเบื้องสูง คดีก่อการร้าย ที่โทษร้ายแรงตั้งแต่ประหารชีวิต ไปจนถึงจำคุก 3-6 เดือน หลายคนยังต้องหนีหัวซุกหัวซุน

เมื่อไม่มีรางวัลตอบแทนให้กับแกนนำเสื้อแดง ย่อมสร้างความอึดอัดให้กับคนเสื้อแดงไม่น้อย ตรงกันข้ามกลับถูกมองว่า ถ้าตั้งเป็นรัฐมนตรีและจะเป็น “จุดอ่อน” กับพรรคเพื่อไทย

แต่ที่ผ่านมา “เสื้อแดง” ก็เดินเลียบๆ เคียงๆ ทวงสิทธิอันพึงมีพึงได้จากการทุ่มเททำงานดังจะเห็นชื่อ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ณัฐวุฒิใสยเกื้อ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่ฝ่ายเสื้อแดงออกมาหยั่งเสียงสังคม แต่ก็ถูกคัดออกจากนายใหญ่ ณ ดูไบ ก่อนจะค่อยๆ เลือนหายไปทีละชื่อจนไม่เหลือใครในที่สุด

ครม.ใหม่ที่ไม่มีแกนนำเสื้อแดงร่วมองค์ประกอบ จึงจะสร้างแรงกระเพื่อมภายในพรรค ผสมกับอารมณ์ผิดหวังอย่างแรงจากเหล่าแกนนำที่อกหักตกเก้าอี้ที่ประกาศว่า จากนี้จะขอตรวจสอบรัฐบาล ถ้าใครไม่ดีก็ไล่ลงแน่

เพราะข้ออ้างที่ว่า ขอให้ ครม.สาวปู เป็นเขตปลอดเสื้อแดง ไม่ควรให้คนอย่าง จตุพร–ณัฐวุฒิ เป็นรัฐมนตรี เพราะจะทำให้ ครม.ขี้เหร่ แต่ไล่เรียงรายชื่อแล้ว ส่วนใหญ่ก็ถูกวิจารณ์ยี้ทั่วเมือง ผิดฝาผิดตัว ไปจนถึงการเข้ามาของ “เด็กเส้น” หรือ “กลุ่มทุน”

แม้แต่ ยิ่งลักษณ์ ยังยอมรับว่า หลังเกิดเสียงไม่ประทับใจว่า เหตุที่หน้าตาอย่างนี้ เพราะเป็นข้อจำกัดบางอย่างทำให้ตั้งได้แค่นี้ แต่ขอให้ดูภาพรวม และผลงานแทน ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์รัฐบาลใหม่

อย่างไรก็ตาม เหตุผลลึกๆ ที่เสื้อแดงถูกกันพ้น ครม.ไม่ใช่แค่ป้องกันเสียงยี้ แต่ “นายใหญ่” ต้องการจะตีกรอบอำนาจเสื้อแดง ไม่ให้ใหญ่คับพรรคเหมือนช่วงที่ผ่านๆ มา หากไม่ทำเช่นนี้ เสื้อแดงอาจได้ใจและเหลิง จนกระทบต่อแผนปรองดองที่ ทักษิณ ชินวัตร ต้องการสงบศึกกับฝ่ายชนชั้นนำ

“วิภูแถลง พัฒนภูมิไท” แกนนำเสื้อแดง มองปรากฏการณ์ที่เสื้อแดงถูกเขี่ยพ้น ครม. ว่า เป็นเพราะ “อำนาจพิเศษ” ที่อยู่เหนือพรรคเพื่อไทย และเหนืออำนาจประชาชน 15 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคเพื่อไทยมา

“อำนาจพิเศษนี้ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่มีอิสระที่จะเลือกใครเป็นรัฐมนตรี อย่างกรณี พ.อ.อภิวันท์ ทราบมาว่าผู้มีอำนาจมีอิทธิพลทางการเมืองไทยไม่สบายใจที่จะให้ไปรับตำแหน่งในฝ่ายบริหาร”

สภาพเสื้อแดงเวลานี้จึงไม่ต่างจาก “นั่งร้าน” ที่กำลังถูกรื้อถอนเมื่องานก่อสร้างสำเร็จลุล่วง? นอกจากจะไม่มีใครเห็นค่าให้ราคาแล้ว ยังมีแต่จะพยายามลดบทบาท อำนาจ เพื่อไม่ให้เป็นปัญหากลับมาในอนาคต

หากพิจารณาคำพูดเชิงนัยของแกนนำ นปช.ผู้นี้ ชวนตีความได้ว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามที่บีบแกนนำเสื้อแดง แต่ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งมา 15.7 ล้านเสียง และแกนนำ นปช.ได้ประกาศว่า นี่คือเสียงของประชาชน ที่อยู่ฝ่ายเสื้อแดง ชี้ให้เห็นว่า วันนี้เพื่อไทยชนะเด็ดขาดแล้ว แล้วขั้วตรงข้ามจะมากดดัน ทักษิณ อีกได้อย่างไร

นอกจาก ทักษิณ เป็นคนกำหนดเกม และตั้งรัฐมนตรีตามแผนการณ์ของตัวเอง “อำนาจพิเศษ” ที่ วิภูแถลง ว่า จึงกระทบไปยังครอบครัวชินวัตร และ ทักษิณ ที่เป็นคนตั้งเสนาบดีครั้งนี้

ความบอบช้ำของคนเสื้อแดงจากการพลาดเก้าอี้ใน ครม.เวลานี้ย่อมเป็นแรงกดดันสะสม หากไม่ได้รับการเยียวยา ปลอบใจ โอกาสจะปะทุรุนแรงก็เป็นไปได้สูง โดยเฉพาะกับ “สัญญาใจ” ที่จะได้รู้กันในอีก 6 เดือน

ขณะที่ “ก่อแก้ว” ออกมาส่งสัญญาณเตรียมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลร่วมกับฝั่งของ นปช. ภายใต้การนำของ ธิดา ถาวรเศรษฐ์ แม้จะไม่ถึงกับการออกมาชุมนุมเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนก่อน แต่จะใช้รูปแบบการแถลงผ่านสื่อมวลชน

บทเรียนจาก “เสื้อเหลือง” และ “ประชาธิปัตย์” ที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา เมื่อวันหนึ่งเกิดแตกคอด้วยการจัดสรรผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวทุกอย่างก็พังครืนลงมา จากมิตรกลายเป็นศัตรูที่คอยทิ่มแทงรัฐบาลประชาธิปัตย์ สะท้อนผลถึงการเลือกตั้งที่ผ่านมา

ความสัมพันธ์ระหว่าง “เสื้อแดง” กับ“เพื่อไทย” วันนี้จึงอยู่ในภาวะที่เปราะบาง ที่หากยังไม่สามารถเคลียร์ใจกันได้ลงตัว โอกาสที่ “เสื้อแดง” จะไปผนึกกำลังกับบรรดากลุ่มคนอกหัก ออกมาขย่มรัฐบาล ก็มีแต่จะสั่นคลอนเก้าอี้ของนายกฯ หญิง มากขึ้นเรื่อยๆ

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ