
น้ำโขงเอ่อจมมุกดาหาร-นครพนม
น้ำโขงเริ่มวิกฤตเอ่อท่วมมุกดาหารนาข้าวจมนับหมื่นไร่ นครพนมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ12อำเภอตาย2ศพ
น้ำโขงเริ่มวิกฤตเอ่อท่วมมุกดาหารนาข้าวจมนับหมื่นไร่ นครพนมประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ12อำเภอตาย2ศพ
ฝนยังคงตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคเหนือ เส้นทางน้ำได้ไหลผ่านจังหวัดต่างๆมาลงสุดท้ายที่แม่น้ำโขง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของจ.มุกดาหาร ศูนย์สำรวจอุทกวิทยาที่ 3 มุกดาหารวัดระดับวันที่ 8 ส.ค.ได้ 12.50 เมตร ซึ่งถือเป็นจุดวิกฤตแล้ว และระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ยังได้ไหลไปตามลำห้วยสาขาต่างๆ ทำให้บ้านเรือนราษฎรตามลำน้ำได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ต้องขนย้ายข้าวของและสัตว์เลี้ยงขึ้นสู่ที่สูง เพื่อความปอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากนี้นาข้าวและพืชผลของเกษตรกรซึ่งกำลังถูกน้ำท่วม กำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว สำหรับพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนมี 5 หมู่บ้าน ในอ.หว้านใหญ่ น้ำท่วมขังนานกว่า 2-3 สัปดาห์ ทำให้ต้นข้าวพืชผลถูกแช่ไต้น้ำจนเน่าเสียหาย ซึ่งระดับแม่น้ำโขงที่ยังเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกรงว่าจะเกิดอุทกภัยคล้ายน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2538 ครั้งนั้นน้ำโขงทะลักเข้าท่วมในตัว อ.เมือง เขต เทศบาลเมือง ถนนถูกน้ำท่วมรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ ต้องใช้เรือในการเดินทางเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดได้เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เนื่องจากในอีก 2-3 วันนี้ น้ำจากภาคเหนือจำนวนมากจะไหลมาถึงจังหวัดมุกดาหาร
ล่าสุดจ.มุกดาหาร ได้ขอรับการสนับสนุนเรือท้องแบน เพิ่มเติมจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนครแล้ว 20 ลำ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในการขนย้ายสิ่งของ ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สายด่วน 191 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร โทร.0-4263-3101 หรือ 0 -4261-5383 และที่สายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่จ.นครพนม น้ำท่วมยังไม่พ้นจุดวิกฤตแม้ว่าระดับน้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักในเขตอ.บ้านแพงจะลดลงสู่ภาวะปกติแล้วแต่ยังมีพื้นที่อ.ศรีสงคราม อ.นาทม ซึ่งได้รับผลกระทบจากลำน้ำอูน จ.สกลนคร ไหลลงมาสมทบแม่น้ำสงครามทำให้เอ่อท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนเนื่องจากน้ำโขงอยู่ในจุดวิกฤตที่กว่า 12 เมตร ทำให้ลำนำสาขาไม่สามารถไหลระบายลงได้จนเอ่อท่วมพื้นที่ไกล้เคียง
นอกจากนี้เช่นเดียวกับพื้นที่ที่ติดลำแม่น้ำโขงในเขตพื้นที่อ.ท่าอุเทนและอ.เมืองยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรและชุมชนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านขยายวงกว้างซึ่งหากในสัปดาห์นี้ระดับน้ำไม่ลดลงจะทำให้พื้นที่การเกษตร นาข้าวได้รับความเสียหายทั้งหมด
นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผวจ.นครพนม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบติกรณีฉุกเฉินทั้งหมด 12 อำเภอพร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับความเสียหายเบื้องต้นได้รับผลกระจำนวน 95 ตำบล 956 หมู่บ้าน เดือนร้อนกว่า 5.5 หมื่นครอบครัว พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 1.7 แสนไร่รวมความเสียหายไม่ต่ำกว่า 28 ล้านบาท โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย คือ นางนิทรา ชนธนะกุล และน.ส.นัยยา บุญตาท้าว ชาวบ้านนาข่า หมู่ 4 ต.หนองแวง อ.บ้นแพง จ.นครพนม ซึ่งพลักตกน้ำเสียชีวิตทั้งคู่







