
"แม้ว-ปู-เสนาะ-วันศุกร์”การเมืองคนละเรื่องเดียวกัน
พลิกปูมการเมืองดูความสัมพันธ์ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เสนาะ-วันศุกร์" กับความเหมือนที่แตกต่างในวันเลือกนายกฯ
พลิกปูมการเมืองดูความสัมพันธ์ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-เสนาะ-วันศุกร์" กับความเหมือนที่แตกต่างในวันเลือกนายกฯ
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
“เก่าไปใหม่มาฉันใด คลื่นลูกใหม่ย่อมมาแทนคลื่นลูกเก่าฉันนั้น”
เป็นประโยคที่สะท้อนถึงสัจธรรมทางการเมืองประการหนึ่งว่าไม่มีอะไรจริงแท้แน่นอนตำแหน่งทางการเมืองเป็นสิ่งสมมติขึ้นมาทั้งสิ้น อาจจะดูน่าใจหายไม่น้อยสำหรับบรรดาแฟนคลับพรรคประชาธิปัตย์เพราะวันที่ 5 ส.ค.กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองไทยอย่างแท้จริงเนื่องจากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โดยจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญกำหนดต้องมีผู้เสนอชื่อและมีผู้รับรองเกิน 1 ใน 5 ของสส.ที่มีอยู่ คือ ต้องมีผู้รับรอง 100 คนขึ้นไปจากสส.ทั้งหมด 500 คน ก่อนเข้าขั้นตอนสุดท้ายด้วยการลงคะแนนด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคลเพื่อให้มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 250 คนขึ้นไปให้ความเห็นชอบน.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
การมาของ 'ยิ่งลักษณ์' ได้กลายเป็นการโบกมือลาของ ‘อภิสิทธิ์’ ไปโดยปริยาย
ทั้งนี้มีจุดน่าสนใจประการสำคัญของการเลือกวันประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นเพราะเดิมพรรคได้มีการวางปฎิทินเอาไว้คร่าวๆน่าจะอยู่ในระหว่างวันที่ 8-10 ส.ค.เพื่อให้รัฐบาลใหม่ได้ถือกำเนิดทันในปลายเดือนส.ค.นี้ แต่ปรากฏว่าภายหลังมีการเลือกประธานสภาฯเสร็จสิ้นได้กำหนดให้ “วันศุกร์ที่ 5 ส.ค.” เป็นวันเข้าสู่อำนาจของ ‘ยิ่งลักษณ์’
ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของครอบครัวชินวัตรในทางการเมืองจะเห็นได้การขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2544 คือ การประชุมสภาฯวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.2544 เวลานั้นคนที่เสนอชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ให้เป็นนายกฯกลางที่ประชุมสภาฯ คือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ หัวหน้าพรรคความหวังใหม่ขณะนั้น ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความอาวุโสทางการเมืองสูงทะลุเพดานไม่เป็นสองรองใครในสนามการเมืองไทย
ต่อมา ในปี 2548 หลังจากการเลือกตั้งชนะถล่มทลายของพรรคไทยรักไทย ได้มีการกำหนดให้วันที่ 9 มี.ค.2548 เป็นวันประชุมสภาฯเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลที่ทำหน้าที่เสนอชื่อพ.ต.ท.ทักษิณ คือ นายเสนาะ เทียนทอง
ความเหมือนที่แตกต่างระหว่าง ‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์’ มีด้วยกัน 2 ประการสำคัญ ได้แก่
1.การกำหนดวันประชุมสภาฯเหมือนกัน คือ วันศุกร์ โดยสภาฯมีมติให้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรกในวันศุกร์ที่ 9 ก.พ.2544 ขณะที่ ปี 2554 วันศุกร์ที่ 5 ส.ค. สภาฯกำลังโหวตให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ น้องสาว มาเป็นผู้นำประเทศหญิงคนแรก
2.นายเสนาะ เทียนทอง กำลังทำหน้าที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากครอบครัวชินวัตรถึง2 คน หลังจากพรรคเพื่อไทยได้มอบฉันทานุมัติให้ ‘ป๋าเหนาะ’ เป็นผู้เสนอชื่อ ‘ยิ่งลักษณ์’ เป็นนายกฯ
ในส่วนของวันเลือกนายกรัฐมนตรี ‘วันศุกร์ที่ 5 ส.ค.’ นายภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ระบุว่า ศุกร์ที่ 5 ส.ค.เป็นวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 9 ปีเถาะ ตามโหราศาสตร์แล้ววันศุกร์ถือว่าเป็นวันดีเพราะเป็นวันมงคล โดยเป็น “วันธงชัย” หมายถึง “เรื่องความสำเร็จ ความดี การได้รับชัยชนะ” นอกจากนี้ยังเป็น “วันอธิบดี” คือ “ความเป็นผู้มีอำนาจปกครองดูแลและความเป็นใหญ่”
นายภิญโญ กล่าวอีกว่า ดวงของพ.ต.ท.ทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความเหมือนกัน คือ เป็นดวงได้มาตรฐานจันทรุปสุริยา เป็นดวงดี แม้ว่าจะเกิดในที่ใด เกิดชนบท ชายแดน จะมาใหญ่ในเมืองกรุง ถ้าบวช จะได้เป็นสมเด็จราชาคณะ ซึ่งส่วนตัวไม่แน่ใจว่าการที่พรรคเพื่อไทยเลือกเอาวันศุกร์ที่ 5 ส.ค.เป็นวันเลือกนายกรัฐมนตรีเพราะจุดประสงค์ตามหลักโหราศาสตร์หรือไม่
“สิ่งที่ต้องระวังหลังจากนี้ คือ แม้ว่าวันเลือกนายกรัฐมนตรีจะเป็นวันดีก็จริงแต่ปรากฏว่าดาวจันทร์กำลังถูกขนาบข้างด้วยดาวเสาร์และราหูไม่ได้เป็นสิ่งที่ดีมากนัก เพราะจะเป็นแสดงให้เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์จะถูกกดดันและเผชิญแรงเสียดทานเป็นอย่างมากโดยเฉพาะราหูเป็นตัวแทนของอบายมุขความลุ่มหลง จึงเป็นสิ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากจากนี้ไป” นายภิญโญ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าที่สุดแล้วรัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะไปรอดตลอดรอดฝั่งน่าจะอยู่การบริหารงานของน.ส.ยิ่งลักษณ์มากกว่าเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิตดังมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าครั้งหนึ่งเคยมีรัฐบาลพรรคเดียว 377 เสียงมีนายกรัฐมนตรีที่เข้มแข็งแต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดเพราะแพ้ภัยตัวเอง







