posttoday
26ก.พ.ระส่ำแสนล.

26ก.พ.ระส่ำแสนล.

15 กุมภาพันธ์ 2553

โพสต์ทูเดย์ — ปัจจัยเสี่ยงทางการเมือง ที่แนวโน้มไปในทางใช้ความรุนแรงมากขึ้น เมื่อใกล้วันที่ 26 ก.พ. วันตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ล่าสุด กลางคืนวันที่ 13 ก.พ. มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร วิทยาเขตพณิชยการพระนคร อยู่ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล ห่างเพียง 50 เมตร และถัดมาวันที่ 14 ก.พ. พบระเบิดซีโฟร์ 3 ปอนด์ในกล่องน้ำผลไม้ รัศมีทำลายล้างไกลถึง 120 เมตร แรงขนาดทำให้ตึกถล่ม ในรั้วศาลฎีกาที่ใช้่ตัดสินคดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เป็นเรื่องที่ประเมินสถานการณ์ไว้แล้ว ช่วงเดือนก.พ.มี.ค.จะมีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้น แต่ผู้ก่อเหตุความวุ่นวายด้วยความรุนแรง จะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างแน่นอน จึงอยากเรียกร้องให้ผู้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบของกฏหมาย

ทั้งนี้ ในส่วนของประชาชน ตามผลสำรวจของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตรายงานว่า จากกลุ่มตัวอย่าง 2,241 คน ในเขตกทม.ปริมณฑลกรณีคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ประเด็นความวิตกต่อการพิจารณาคดีมากถึง 41.22% วิตกเหตุการณ์จะบานปลายและนำไปสู่ความรุนแรง ขณะทางที่จะหยุดเหตุการณ์ไม่ให้บานปลาย 35.16% ให้หยุดการตอบโต้รอฟังศาลตัดสินก่อน

สำหรับความเสี่ยงทางการเมืองช่วง 4 ปี ตั้งแต่รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 นับว่ากระทบเศรษฐกิจอย่างมาก รวมทั้งวันที่ 26 ก.พ.นี้

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ทิศทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นหลังจากการตัดสินของศาลผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดียึดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมีหลายระดับ 1. หากเกิดการชุมนุมประท้วง หลังการตัดสินคดี แต่รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อจีดีพีประเทศปีนี้ขยายตัวลดลง 0.2% หรือมูลค่าหายไป 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดน้อยลง ++2. หากมีการชุมนุมประท้วงรุนแรงเหมือนเดือนเม.ย. 2552 เศรษฐกิจไทยจะลดลง 0.5% หรือ 1 แสนล้านบาท เพราะนักท่องเที่ยวและนักลงทุน จะกังวลกับสถานการณ์ของประเทศมากขึ้น 3. หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จนส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือ ถ้าปฏิวัติจะกระทบจีดีพีลดมากถึงติดลบ 1% ถึงลบ 2% หรือ 23 แสนล้านบาทซึ่งเป็นผลกระทบรุนแรง เพราะต่างชาติจะมองการเมืองไทยไม่คลี่คลาย จนส่งผลต่อความเชื่อมั่น และการเตือนภัยนักท่องเที่ยวมายังประเทศไทย รวมถึงลดการลงทุนด้วย

++4. หากเกิดการชุมนุมจนเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง คือ ยุบสภา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยขยายตัวลดลง 0.20.3% มูลค่าหายไป 56 หมื่นล้านบาท แต่กรณีนี้อาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในอนาคต เพราะหากมีการเลือกตั้งใหม่จะมีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

++“สถานการณ์ทางการเมืองจะเป็นแบบไหน เดาได้ยาก เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่เชื่อว่าคนไทยทุกคนจะดำเนินการเพื่อให้ประเทศไทยอยู่ในกรอบที่สงบสุข มีความสมานฉันท์” นายธนวรรธน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ