
ระวังเลห์มิจฉาชีพ ผ่านธนาคารออนไลน์
ผู้ที่นิยมใช้บริการธุรกรรมทางการเงินของแต่ละธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
ผู้ที่นิยมใช้บริการธุรกรรมทางการเงินของแต่ละธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ
ผู้ที่นิยมใช้บริการธุรกรรมทางการเงินของแต่ละธนาคารผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ช่วงนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะมีภัยจากอาชญากรไม่รับเชิญแฝงตัวมาดูดเอาเงินจากระบบออกไปแบบไม่ทันตั้งตัว
ความจริงระบบออนไลน์ก็สะดวกสบาย จะถอน จะโอน จะตรวจดูยอดเงินเข้าเงินออก ก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังธนาคารหรือตู้เอทีเอ็มให้เมื่อยตุ้มแต่ประการใด เพียงแค่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์ของธนาคารที่เราเป็นเจ้าของบัญชี กรอกข้อมูล ใส่พาสเวิร์ด เสร็จสรรพ ก็สามารถท่องยุทธจักรการเงินของตัวเองได้แล้ว
แต่ก็มีเรื่องหวาดเสียวให้ระวังเหมือนกัน เพราะขณะนี้มีปฏิบัติการ “แฮก” ข้อมูลทางการเงินออนไลน์ของเหล่าผู้เป็นเจ้าของบัญชีออกมาให้เห็นเป็นข่าวอยู่บ่อย แม้เรื่องนี้จะมีมานาน แต่อาชญากรก็คืออาชญากรวันยันค่ำ ไม่เคยหยุดสร้างความเสียหายให้คนอื่นเสียที แม้ตำรวจจะตามจับตามปราบก็ยังไม่หมดไปจากสังคมไทยเสียที
อย่างเหตุการณ์ล่าสุดที่หนุ่มวัยรุ่นติดเกมรายหนึ่ง ใช้วิธีการ “แฮก” ข้อมูลส่วนบุคคลเข้าไปโจรกรรม “เงิน” ทางออนไลน์ในบัญชีต่างๆ หลายธนาคารมาแล้ว เพียงเพื่อจะเอาเงินไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือ และจ่ายค่าเล่นเกมออนไลน์ของตนเอง ถึงแม้แต่ละครั้งจะได้เงินไปเพียงน้อยนิด ไม่กี่ร้อยบาท แต่มากๆ เข้ามูลค่าเสียหายก็นับแสนบาททีเดียว !!!
แต่สุดท้ายก็ลอยนวลได้ไม่นาน เพราะตำรวจตามแกะรอย กระทั่งไปรวบตัวมาได้ หลังจากที่เจ้าของบัญชีหลายต่อหลายรายงงปนสงสัย เพราะอยู่ดีๆ เงินในบัญชีของตัวเองหายออกไปได้อย่างไร ธนาคารเจ้าของบัญชีก็ต้องสืบเสาะหาสาเหตุให้ลูกค้า กระทั่งไปเจอที่มาที่ไปของหนุ่มรายนี้ ที่แอบยักยอกเงินในบัญชีผ่านระบบธุรกรรมออนไลน์ของธนาคารเข้า
จึงประสานตำรวจจับกุมตัวได้ในที่สุด โดยเด็กรายนี้ยอมรับว่า ใช้วิธีการ “สุ่ม” เลขที่บัญชีและรหัสของเจ้าของ เพื่อเข้าไปเอาข้อมูล ป๊าด...ทำไมง่ายดายจัง แต่เรื่องนี้ตำรวจก็ไม่ปักใจเชื่อ ต้องสอบสวนถึงวิธีการ (ที่ไม่สามารถเปิดเผยได้) เพื่อความกระจ่างต่อไป
แต่เรื่องที่ขอเตือนหรือเรื่องที่เปิดเผยได้ ที่ผ่านมามีการแฮกข้อมูลธนาคารออนไลน์มานักต่อนัก กลุ่มคนมิจ ฉาชีพจะใช้วิธีการที่ค่อนข้างจะแยบยล นั่นคือการสร้างเว็บปลอมขึ้นมา หรือหน้าเว็บเพจ ให้มีลักษณะคล้ายคลึงกับเว็บไซต์ธนาคารออนไลน์แต่ละแห่ง ที่เหมือนจริงมากที่สุด หลังจากนั้นก็จะส่งเว็บเพจปลอมเข้ามาที่อีเมลของเราด้วยวิธีการสุ่ม เพื่อให้เราเปลี่ยนรหัสพาสเวิร์ดเพื่ออัพเดตข้อมูล
หากใครหลงกลไปคลิกเมลที่พวกมิจฉาชีพส่งมาให้ในเว็บเพจปลอม และกรอกข้อมูลเปลี่ยนพาสเวิร์ด แน่นอนว่าก่อนที่จะเปลี่ยนพาสเวิร์ด เราก็ต้องใส่พาสเวิร์ดตัวจริงเข้าไปก่อน พร้อมกับต้องกรอกเลขที่บัญชีเช่นกัน นึกภาพตามกันได้เลย สุดท้ายก็โอละเห่...มิจฉาชีพก็ได้ทั้งเลขบัญชีและพาสเวิร์ดตัวจริงของเราไปโอนถ่ายเงินในบัญชีเรียบร้อย
แต่อ่านมาแล้ว อย่าเพิ่งกังวลหรือตกใจ จนไม่กล้าเข้าไปใช้บริการออนไลน์ หรือยกเลิกบริการไปในทันที เพราะธนาคารแต่ละแห่งต่างก็ต้องมีวิธีป้องกันที่แน่นหนาเอาการอยู่แล้ว ยกตัวอย่างหากเราต้องการโอนเงินผ่านวิธีออนไลน์ ปัจจุบันธนาคารหลายแห่งจะไม่อนุญาตให้โอนทันที แต่ต้องได้รับพาสเวิร์ดชั่วคราวที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว (ภายในวันนั้น) ผ่านทางโทรศัพท์มือถือของเราที่ได้ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร เพื่อให้เรา ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้ทำธุรกรรมทางการเงินอย่างปลอดภัย
จากปากของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของธนาคารแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ระบบการป้องกันของธนาคารแต่ละแห่งก็ถือว่ามีความปลอดภัยสูงสุด จะมีเจ้าหน้าที่ในส่วนที่คอยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของบัญชีออนไลน์อยู่เป็นประจำ หากพบว่าบัญชีของลูกค้ามีไวรัสเข้ามาขณะที่ใช้บริการออนไลน์ ทางธนาคารของเราจะแจ้งเตือนและให้ระงับการใช้บริการเพื่อตรวจสอบทันที ก็ถือว่าเป็นการป้องกันอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายรูปแบบ ซึ่งคงเปิดเผยให้ทราบไม่ได้
เชื่อแน่ว่าระบบรักษาความปลอดภัยของธนาคารแต่ละแห่ง ก็ต้องมีการวางระบบที่แน่นหนา ยากที่โจรร้ายไฮเทคต่างๆ โดยเฉพาะอาชญากรหัวใสใช้ไฮเทคเข้ามาเป็นตัวช่วย ทางที่ดีเจ้าของบัญชีต้องคอยหมั่นเช็กเงินในบัญชีของตนเอง หากเห็นมีตัวเลขเพิ่มหรือลดลงอย่างผิดปกติก็แจ้งธนาคารเป็นดีที่สุด







