
ข่าวดี-ข่าวร้าย
สัปดาห์นี้สังคมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายอันเป็นผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยการสุ่มตัวอย่าง
สัปดาห์นี้สังคมมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายอันเป็นผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยการสุ่มตัวอย่าง
โดย...ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์
ท่านอยากฟังข่าวดีหรือข่าวร้ายก่อน โดยทั่วไปคนอยากฟังข่าวดีก่อน เพราะถ้าฟังข่าวร้ายก่อน อาจช็อกเสียชีวิตเลยไม่ได้ฟังข่าวดี ดังนั้นเราจะบอกข่าวดีแก่ท่านก่อน
ข่าวดีก็คือ กลุ่มตัวอย่างที่ถูกสำรวจ 72-74% ตอบว่า จะแจ้งความเอาผิดหากพบเห็นแกนนำชุมชนของตน ข้าราชการ นักการเมือง รัฐมนตรีที่ทุจริตคอร์รัปชัน และการสำรวจในอีกโอกาสหนึ่งในหัวข้อทำนองว่า ประชาชนต้องการคนแบบไหนมาเป็นรัฐมนตรี ผู้ถูกสำรวจส่วนใหญ่ 86% ไม่ต้องการคนคดโกง คนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ส่วนตัว ครอบครัวและพวกพ้อง มาเป็นรัฐมนตรี
ทั้งสองกรณีอาจสะท้อนว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบคนทุจริตคอร์รัปชัน หากพบเห็นการทุจริตคอร์รัปชัน ก็พร้อมจะแจ้งความเอาผิด
ส่วนข่าวร้ายก็คือ ผู้ถูกสำรวจอีกพวกหนึ่งซึ่งมีถึง 64.5% ที่แสดงทัศนะว่า ยอมรับได้ถ้ารัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแล้วทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี ตนเองได้รับประโยชน์ด้วย ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่งน้อยกว่ากันถึงครึ่งคือ 35.5% บอกว่า ยอมรับไม่ได้ และที่น่าตกใจ คือ คนส่วนใหญ่ที่ถูกสำรวจทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เยาวชนจนถึงคนอายุเกิน 50 ปี ทุกระดับรายได้ ทุกสาขาอาชีพและการศึกษา ต่างก็ยอมรับได้หากรัฐบาลทุจริตคอร์รัปชันแล้วทำให้ประเทศชาติรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี ตนเองได้รับประโยชน์ด้วย แม้แต่คนทำโพลเองก็ยังไม่ค่อยสบายใจเมื่อเห็นผลส่วนหนึ่งเป็นเช่นนี้
เมื่อสองสามปีก่อน เคยมีการทำโพลทำนองเดียวกันนี้ โดยสุ่มตัวอย่างในหมู่เยาวชน ซึ่งผลการสำรวจพบว่า กลุ่มที่ถูกสำรวจยอมรับคนเก่งแต่โกง ซึ่งทำให้สังคมค่อนข้างจะตกใจมาก การทำโพลปีนี้สะท้อนว่า สังคมไทยเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันไม่ดีขึ้นเลย
ผลของโพลที่ออกมาบอกอะไรเราบ้าง สะท้อนให้เห็นสังคมไทยในอนาคตอย่างไรบ้าง ผลของโพลเป็นนาฬิกาปลุกที่ส่งสัญญาณเตือนให้สังคมไทยควรเร่งลงมือปรับทัศนะของเยาวชนและคนในสังคมหรือไม่อย่างไร เพราะทัศนะดังกล่าวย่อมเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ และสะท้อนให้เห็นถึง “ความเห็นแก่ตัว” เห็นแก่ผลประโยชน์ของตนและพวกเป็นสำคัญ ส่วนบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง หากเราปล่อยไว้เช่นนี้ สังคมไทยคงอยู่ในภาวะวิกฤต ความคิดที่จะ “สร้างชาติโปร่งใส สร้างไทยซื่อตรง” คงไปไม่ถึง
มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่ว่าโกงแล้วทำให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี จริงอยู่ ประเทศอาจเจริญขึ้นนิดหน่อย ประชาชนได้รับเศษเนื้อที่นักการเมืองโยนมาให้ ทำให้คนหลงไปว่า ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ประชาชนกินดีอยู่ดี องค์การระหว่างประเทศมีข้อยุติแล้วว่า การทุจริตคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ และการแก้ปัญหาความยากจนของประชาชน
ภาคเอกชนเคยประเมินว่า แต่ละปีการทุจริตคอร์รัปชันจากงบจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็นร้อยละ 10 ของงบประมาณประจำปี สมมติว่างบแต่ละปีมีเม็ดเงิน 23 ล้านล้านบาท เม็ดเงินที่สูญเสียไปจากการทุจริตคอร์รัปชันแต่ละปีคิดเป็นเงิน 23 แสนล้านบาท ที่ถูกนักการเมืองยักยอกไปแบ่งสรรกันในหมู่พวกตน เงินจำนวน 23 แสนล้านบาท สามารถนำมาพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชนได้มาก ดังนั้นคนกลุ่มนี้ต้องคิดใหม่ว่า หากรัฐบาลไม่โกง ประเทศชาติจะเจริญรุ่งเรืองกว่านี้อีกมาก ประชาชนและพวกเขาจะได้รับประโยชน์กว่านี้อีกมาก ไม่ใช่ได้แค่เศษเนื้อ แต่เป็นเนื้อก้อนใหญ่ที่อิ่มหมีพีมันทีเดียว
เงินที่นักการเมืองทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเงินภาษีของประชาชนทั้งสิ้น ในแต่ละวันตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน เราต้องเสียภาษีแวต 7% ให้กับของอุปโภคบริโภคประจำวันคนละเท่าไร ภาษีที่เสียนั้นเรายินดีจ่ายเพื่อเอาไปพัฒนาประเทศและแก้ไขความยากจน เราไม่เต็มใจที่จะให้ภาษีที่จ่ายนั้นถูกเบียดบังไปอยู่ในกระเป๋าของนักการเมืองและคนขี้โกงทั้งหลาย การที่หวังจะให้รัฐบาลรณรงค์เรื่องการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันนั้นหวังได้ยาก เพราะแม้แต่การหาเสียงเลือกตั้งครั้งที่เพิ่งผ่านไป เราไม่เคยได้ยินว่าพรรคใหญ่ที่กำลังจะเป็นรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านหาเสียงโดยเน้นการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเลย มีแต่หัวหน้าพรรครักประเทศไทยที่ได้ สส.เพียง 4 คนเท่านั้น ที่เน้นการหาเสียงต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน แล้วเราจะหวังให้รัฐบาลเป็นหัวหอกในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศได้อย่างไรกัน
ดังนั้น ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนต้องออกมาขับเคลื่อนในเรื่องนี้ โดยเริ่มรณรงค์ต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องในทุกสื่อ เพื่อลด ละ เลิก การทุจริตคอร์รัปชัน รณรงค์ในหมู่เด็กและเยาวชนให้ยอมรับคนดีและไม่โกง ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพียงแต่ประชาชนไม่ให้โอกาสพวกเขาเข้าไปมีส่วนในการปกครองประเทศเท่านั้น เราต้องช่วยกันสนับสนุนคนดีเข้าบริหารประเทศในทุกระดับ เพราะคนดีไม่โกง ถ้าโกงก็ไม่ใช่คนดี และช่วยกันป้องกันไม่ให้คนไม่ดี คนโกง ปกครองบ้านเมือง
วันนี้ คนไทยกำลังสับสนว่าสังคมจะเดินไปในทิศทางใด ในเมื่อคนกลุ่มหนึ่งยอมรับการเผาบ้านเผาเมือง ทำร้ายบ้านเมือง ไม่เคารพกฎหมาย ทำได้หากทำแล้วได้ชัยชนะ วันนี้ คนไทยจำนวนไม่น้อยยอมรับรัฐบาลโกงแต่เก่ง โกงแล้วทำให้บ้านเมืองเจริญขึ้น พวกเขาได้ประโยชน์ด้วย วันรุ่งขึ้นจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกก็ไม่ทราบได้ หรือว่าเราวิตกกังวลมากเกินไป







