
พท.เตรียมดันชลน่านนั่งรองปธ.สภา
เพื่อไทยลำพูน ไม่ติดใจนปช.วืดตำแหน่งทางการเมือง ชี้ภาคเหนือเตรียมดัน ชลน่าน นั่งรองประธานสภา
เพื่อไทยลำพูน ไม่ติดใจนปช.วืดตำแหน่งทางการเมือง ชี้ภาคเหนือเตรียมดัน ชลน่าน นั่งรองประธานสภา
นายสถาพร มณีรัตน์ สส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังเดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อเยี่ยมนายจตุพร พรหมพันธ์ ว่าที่สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังแขวนชื่อไว้โดยยังไม่รับรองการเป็นสส. ว่า ตนไม่ได้พูดคุยอะไรมาก เพียงแต่ให้กำลังใจนายจตุพรเท่านั้น ซึ่งนายจตุพรบอกว่า ไม่เป็นไร ไม่ได้ติดใจอะไร คงสู่ต่อไป
อย่างไรก็ตาม ตนรู้สึกเป็นห่วง เพราะกกต. ชุดนี้บางท่านเหลือวาระในการดำรงตำแหน่งอีก 2 เดือน ก็จะหมดหน้าที่ และเข้าสู่กระบวนการรับสมัคร สรรหา และคัดเลือกอีกหลายเดือน เมื่อถูกแขวนแบบนี้ ก็พูดลำบาก
นายสถาพร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ให้คนเสื้อแดงมีตำแหน่งทางการเมือง เพื่อสร้างความปรองดองนั้น ตนในฐานะแกนนำนปช.คนหนึ่ง เรื่องนี้คนเสื้อแดงต้องยอมรับสภาพ และต้องรู้บทบาทของตัวเอง เมื่อการต่อสู้ไม่ได้เอาตำแหน่ง และพรรคไม่ให้ เชื่อว่าคนเสื้อแดงในพรรคเพื่อไทย คงไม่มีใครมีปัญหาอะไร
อย่างไรก็ตาม ในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรเวลานี้ ทั้ง 3 คน ที่มีรายชื่อถือว่าเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม ทั้งนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ สส.ขอนแก่น พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 และนายวิทยา บุรณศิริ สส.พระนครศรีอยุธยา
นายสถาพร กล่าวว่า แม้เรื่องดังกล่าว กรรมการบริหารพรรคมอบอำนาจให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี และนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค พิจารณาคัดเลือก แต่ตำแหน่งประธานสภา เป็นตำแหน่งที่ต้องทำงานร่วมกับสส. และฝ่ายนิติบัญญัติ จึงควรมีการเรียกประชุมสส. เพื่อแสดงความเห็น อภิปรายกันอย่างเต็มที่ว่าใครคนไหนเหมาะสมอย่างไร
ทั้งนี้ พ.อ.อภิวันท์ แม้เคยขึ้นเวทีนปช. แต่เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาในการรับตำแหน่ง เพราะเป็นคนละบทบาท
นายสถาพร กล่าวว่า สำหรับภาคเหนือเบื้องต้นที่คุยกัน ก็จะสนับสนุนให้น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน ให้ดำรงตำรองประธานสภา ในโควตาภาคเหนือ เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนิติบัญญัติ และแม่นข้อบังคับการประชุม อย่างไรก็ตาม การสรรหาบุคคลในตำแหน่งทางการเมืองโควตาพรรคเพื่อไทย ผู้ใหญ่ในพรรคต้องฟังเสียงสส. และต้องคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน 16 ล้านเสียงจากทุกภาคส่วนรวมถึงคนเสื้อแดงด้วย







