
นายกฯโต้เยอรมนีอย่าจุ้นไม่มีสิทธิบีบจ่าย36ล้านยูโร
นายกฯ โต้เยอรมันไม่ควรเกี่ยวข้อง พูดกันคนละคดีไม่มีสิทธิมาบีบจ่าย 36 ล้านยูโรให้บริษัทเอกชน
นายกฯ โต้เยอรมันไม่ควรเกี่ยวข้อง พูดกันคนละคดีไม่มีสิทธิมาบีบจ่าย 36 ล้านยูโรให้บริษัทเอกชน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การที่สถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยจ่ายค่าชดเชยแก่บริษัท วอลเตอร์ บาว เป็นเงิน 36 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,558 ล้านบาทไทย นั้นกระบวนการต่างๆ ยังไม่จบ จึงไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามเวลาที่ภาคเอกชนมีปัญหา ฝ่ายบริหารก็มักจะไปพูดกับประเทศที่เกี่ยวข้อง
“เหมือนเวลานักลงทุนเรามาร้องเรียน เราก็ไปพูดให้เขาบ้าง แต่รูปแบบที่สถานทูตเยอรมันทำมาเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ถือว่าไม่เหมาะสม และกระทรวงต่างประเทศ ได้ชี้แจงไปแล้ว ว่าข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ยังไม่จบ ถ้าจบรัฐบาลไทย ก็มีความรับผิดชอบอยู่แล้ว ฝ่ายบริหารของเยอรมัน จึงไม่ควรมายุ่งกับเรื่องนี้ ไม่มีสิทธิมาบีบ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ทางสถานทูตเยอรมนีพูดนั้นเป็นคนละคดี เท่าที่ทราบสถานทูตเยอรมนีพูดถึงตัวคดีหลัก ไม่ใช่คดีอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 ซึ่งก็ต้องยืนยันว่ารัฐบาลไทยยังอยู่ในกระบวนการต่อสู้โดยเฉพาะเรื่องการใช้สิทธิของวอลเตอร์ บาว
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 ก.ค. ทางอัยการสูงสุดก็จะมาหารือ ซึ่งทางการอาจจำเป็นต้องฟ้องกลับบริษัท วอลเตอร์ บาว
แหล่งข่าวจากอัยการ เปิดเผยว่า นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด จะแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีการอายัดเครื่องบินพระที่นั่ง โบอิ้ง 737 ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ในวันที่ 29 ก.ค.นี้
นายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีกรมสารนิเทศ ในฐานะรักษาการโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ แล้ว ซึ่งจะเป็นการชี้แจงเรื่องกฎหมายที่อาจมีการตีความไม่ตรงกัน ยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“รัฐบาลไทยไม่ได้ตั้งใจไม่ชำระหนี้ แต่ต้องมีคำตัดสินของศาลเป็นที่สิ้นสุดตามกระบวนการทางกฎหมายก่อน ซึ่งเบื้องต้นรัฐบาลไทยทำหนังสือลงนามชี้แจงข้อเท็จจริงจากนายกรัฐมนตรีถึงทางการเยอรมนีแล้ว” นายเจษฎา กล่าว
สำหรับการอายัดเครื่องบินโบอิ้ง 737 นั้น นายเจษฎา กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นบริษัท วอลเตอร์ บาว เนื่องจากเครื่องบินดังกล่าวเป็นของส่วนพระองค์ และทางการเยอรมนีไม่มีอำนาจที่จะอายัด







