posttoday
หักอลงกรณ์ไม่กล่าวโทษส่งผลดีแทคให้ตำรวจต่อ

หักอลงกรณ์ไม่กล่าวโทษส่งผลดีแทคให้ตำรวจต่อ

20 กรกฎาคม 2554

“บรรยงค์” หักดิบ “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่งผลสอบดีแทคให้ตำรวจสืบสวนต่อ

“บรรยงค์” หักดิบ “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษ ส่งผลสอบดีแทคให้ตำรวจสืบสวนต่อ

ยันทำตามกฎหมายต่างด้าว รมต.ไม่มีสิทธิวินิจฉัย

นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ได้ส่งผลการตรวจสอบโครงสร้างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ไปยังผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งกรมมีความจำเป็นที่ต้องตัดสินใจเช่นนี้ เพราะไม่สามารถดำเนินการตามคำสั่งของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ ในฐานะผู้บังคับบัญชา ที่ให้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับดีแทคได้

สาเหตุที่ต้องยืนยันตามข้อสรุปของคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างดีแทค ที่สรุปให้ตำรวจไปสืบสวนสอบสวนต่อ เพราะกรมเห็นว่าการดำเนินคดีหรือกล่าวโทษให้มีความผิดตามกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษร้ายแรงคือ จำคุก 3 ปี และปรับ 1 แสนบาท-1 ล้านบาท และศาลสามารถสั่งให้ยกเลิกกิจการบริษัทได้นั้น จะต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดเจนถึงดำเนินการได้ เพราะหากร้องทุกข์กล่าวโทษโดยไม่มีหลักฐานชัดเจน เจ้าพนักงานที่ร้องทุกข์ อาจถูกร้องกลับในฐานะปฏิบัติงานไม่ชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรณีของดีแทคก็เช่นเดียวกัน ผลตรวจสอบสรุป ได้แก่ ดีแทคและผู้ถือหุ้น 7 บริษัท ตามลำดับชั้นของดีแทค มีมูลเชื่อว่าจะถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเท่านั้น จะต้องพิสูจน์ตรวจสอบให้ชัดเจน อำนาจดังกล่าวควรเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม หากตำรวจสืบสวนสอบสวนมาแล้วว่าดีแทคและนิติบุคลมีสถานะเป็นต่างด้าวจริง ทางกรมจะร้องทุกข์กล่าวโทษตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ต่อไป โดยได้ตั้งผอ.สำนักงานฝ่ายกฎหมายของกรมประสานกับตำรวจแล้ว

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือขัดต่อกฎหมาย เพราะตามอำนาจของพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ได้บัญญัติอำนาจของพนักงานให้ใช้ดุลพินิจได้อย่างเต็มที่และอิสระ ไม่ได้ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการหรือวินิจฉัยแตกต่างจากข้อเสนอของเจ้าพนักงาน แม้ว่ารัฐมนตรีจะเป็นผู้บังคับบัญชาก็ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 20 ก็ตาม แต่จำกัดแค่การดูแลหรือกำหนดนโยบายเท่านั้น ส่วนงานที่เป็นราชการตามปกติ ถ้ากฎหมายไม่บัญญัติเป็นกรณีพิเศษ รัฐมนตรีก็ไม่สามารถสั่งการได้

นอกจากนี้ จากการประชุมร่วมกับผู้บริการของกรม ยังเห็นร่วมกันว่าการตรวจสอบรายงานของนายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ที่สรุปว่าดีแทคเป็นต่างด้าวนั้น นายสัญญาไม่ใช่เจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย จึงไม่มีหน้าที่ใดๆมาเกี่ยวข้องกับการตรวจรายงานสถานะของดีแทค

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ยังไม่มีความเห็นใดๆ กับกรณีที่อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจส่งผลการตรวจสอบโครงสร้างดีแทคให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ เพราะต้องรอรายงานจากกรมให้ตนรับทราบก่อน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า การส่งเรื่องดีแทคไปให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ เป็นการดำเนินการหลังจากมีหนังสือคำสั่งของนายอลงกรณ์ ที่ให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจไปร้องทุกข์กล่าวโทษดีแทคกับทางตำรวจ โดยให้รายงานผลมาให้รมช.พาณิชย์ รับทราบภายใน 7 วัน ซึ่งครบกำหนดวันที่ 19 ก.ค.นี้

 

ข่าวล่าสุด

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

“ศุภจี” พบนักธุรกิจสวิส ดัน SME ไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก