
ยื่นศาลฟันสปสช.เลือกปฏิบัติ
สภานายจ้างร้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่ง สปสช.เรียกเก็บ 2.3 หมื่นล้าน อ้างเหลื่อมล้ำ
สภานายจ้างร้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่ง สปสช.เรียกเก็บ 2.3 หมื่นล้าน อ้างเหลื่อมล้ำ
ผู้แทนสภานายจ้าง 7 องค์กร นำโดยนายประสิทธิ์ จงอัศญากุล ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภค บริโภค และกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ออกคำสั่งไม่ชอบธรรมและเลือกปฏิบัติที่จะเรียกเก็บเงินจาก สปส.จำนวน 2.3 หมื่นล้านบาท หากมีการโอนผู้ประกันตน 9.4 ล้านคนเข้าสู่ระบบ คาดว่าจะยื่นคำฟ้องภายในวันที่ 22 ก.ค.นี้
คำฟ้อง ระบุว่า พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มาตรา 5 กำหนดให้ สปสช.ต้องจัดบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานให้กับประชาชนทุกคนโดยเท่าเทียม ขณะที่มาตรา 10 กำหนดว่า การขยายบริการของ สปสช.ไปยังผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ให้บอร์ดของ 2 หน่วยงานตกลงกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการประชุมตามมาตรา 10 โดย สปสช.ระบุว่า จะคิดค่าจัดบริการในอัตราคงที่ 3 ปี และตั้งแต่ปีที่ 4 จะคิดตามอัตราเหมาจ่ายรายหัวของบัตรทอง จึงถือเป็นการเลือกปฏิบัติขัดต่อบทบัญญัติมาตรา 5 เนื่องจาก สปสช.ให้บริการตามมาตรา 5 ฟรี แต่จะเก็บเงินกับมาตรา 10
นายประสิทธิ์ กล่าวว่า หาก สปส.ดำเนินการตามข้อกำหนดของ สปสช.จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะบุคคลในบัตรทองเดิมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้ประกันตนซึ่งจะย้ายเข้าไปกลับถูกเรียกเก็บเงิน จึงขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการเก็บ 2.3 หมื่นล้านบาท







