New Normal“บิ๊กตู่”ปรับครม.จะกอบกู้หรือดำดิ่ง..?

วันที่ 18 ก.ค. 2563 เวลา 19:48 น.
New Normal“บิ๊กตู่”ปรับครม.จะกอบกู้หรือดำดิ่ง..?
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม

******************

ในที่สุด 4 กุมารผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายให้รัฐบาลบิ๊กตู่ ตั้งแต่รัฐบาลคสช.จนถึงรัฐบาลเลือกตั้งมาร่วม 5 ปี ก็ยื่นใบลาออกจากเก้าอี้เสนาบดีเรียบร้อย ปิดฉากขุนพลคู่ใจด้านเศรษฐกิจที่เป็นคู่บุญกับบิ๊กตู่มานานเพราะทนแรงกดดันในพรรคพลังประชารัฐไม่ไหว หลังจากกลุ่ม สส.อกหัก รวมหัวกับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รุกไล่ 4 กุมารจนต้องลาออก

อย่างว่า นี่ไม่ใช่ยุครัฐบาลคสช. แต่เป็นยุคเลือกตั้งที่ “บิ๊กตู่” ยืมเสียงนักการเมืองมาสร้างฐานอำนาจ โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่ตั้งขึ้นเฉพาะกิจเร่งด่วนเพื่อรองรับการเข้าสู่อำนาจของคสช. จากกลุ่มก๊วนการเมือง หลายสาแหรก รวมแล้วเกือบ 10 มุ้ง เมื่อเสร็จภารกิจตั้ง “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ผ่านมาเกือบ 1 ปีของรัฐบาล ก็ถึงเวลาที่บิ๊กตู่ ต้องชดใช้หนี้ให้กลุ่มก๊วนในพรรค

การปรับครม.ครั้งแรกของรัฐบาลบิ๊กตู่กำลังเกิดขึ้น จุดประสงค์ในการปรับก็ไม่ค่อยสวยเท่าไร เพราะ “เปลี่ยนม้ากลางศึก” โพลสำนักต่างๆ ถึงกับเอือมระอากับนักการเมืองในพรรคพลังประชารัฐต้องการเก้าอี้รัฐมนตรี มาเป็นสมบัติแบ่งกันชม

ครั้งนี้ กำลังเป็นบททดสอบว่า “บิ๊กตู่” จะยอมโอนอ่อต่อแรงกดดันในพรรค หรือ จะทำให้ประชาชนมีความหวัง!

แรกเริ่มเข้าใจว่า “บิ๊กตู่” จะกล้าแข็งข้อกับกลุ่มก๊วนเพราะให้สัมภาษณ์ทุกครั้งว่า ไม่ชอบการเมืองที่มากดดัน กลุ่มสามมิตรนักการเมืองควรเลิกต่อรอง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ฝ่ายปราชัยจนยอมให้ 4 กุมารลาออก โดย นายกฯส่งข้อความถึงสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นัยว่า แม้จะรักแค่ไหน แต่ก็ต้องจำใจปรับครม.เพราะปัญหาทางการเมือง

การปรับครม.รอบนี้คาดว่าไม่เกิน 10 ตำแหน่ง ในช่วงสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจจากผลกระทบโควิด ประเทศเผชิญมรสุมรุมมากมาย หากรัฐบาลจะเรียกความเชื่อมั่น ก็ต้องดึงคนมีความรู้ความสามารถเข้าเป็นทีมเศรษฐกิจ

แต่คนเก่งที่ถูกคาดหวังกลับปฏิเสธเข้าร่วมครม. แม้แต่นายกฯบิ๊กตู่ก็รับว่า ทาบไปแล้วหลายคน แต่เขาไม่มา เช่น ประสาน ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่า ธปท. และ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่า ธปท.คนปัจจุบัน

เพราะกลัวเข้ามาแล้วอยู่ลำบาก ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจที่ยากจะแก้ไข ปัญหาการเมืองไม่นิ่ง มีความขัดแย้งสูง ปัญหาเสถียรภาพในรัฐบาลที่อายุรัฐบาลคงไม่ยืด ทีมเศรษฐกิจไม่เป็นเอกภาพ ล้วนแล้วเป็นมรสุมรุมเร้าเรือแป๊ะ

กระนั้นก็มี คนนอกตัวเต็งที่พร้อมเข้ามาเป็นทีมเศรษฐกิจแทน 4 กุมาร เช่น ปรีดี ดาวฉาย นายกสมาคมธนาคารไทย อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ติดโผ รมว. คลัง ซึ่งกับรัฐบาลนี้เขาเป็นกรรมการในคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนใน ศบค. หรือ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคมในรัฐบาลบิ๊กตู่สมัย คสช. และอดีตผู้บริหาร ปตท. จะมาเป็นรมว.พลังงาน

จุดท้าทายว่า บิ๊กตู่ จะคำนึงถึงประเทศหรือแรงกดดันกลุ่มก๊วนในพรรค คือ เก้าอี้รมว.พลังงาน ของสนธิรัตน์ ที่ลาออกไป ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่มสามมิตรที่หมายมั่นมาตั้งแต่ก่อนตั้งรัฐบาล โดยมี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมหัวหน้ากลุ่มสามมิตร เป็นแคนดิเดท

ทำไมต้องเป็น “รมว.พลังงาน” เพราะกระทรวงนี้เกี่ยวข้องกับโครงการลงทุนด้านพลังงานมูลค่าหลายแสนล้านบาท ทั้งการประมูลโรงไฟฟ้า สัมปทานปิโตรเลียม เป็นขุมทรัพย์ที่ทุกพรรคอยากเข้าไปบริหาร

แต่ “บิ๊กตู่” ยืนยันว่า ตำแหน่งกระทรวงพลังงาน เขาจะเป็นคนพิจารณาเอง และยืนยันเป็นโควต้าของนายกฯ ไม่ใช่ของพรรคหรือกลุ่มสามมิตร พร้อมตอบนักข่าวนัยว่า ถ้าตั้งไพรินทร์แล้วจะมีปัญหาอะไร

ต้องดูว่า หากนายกฯแข็งขืนไม่เพิ่มตำแหน่งหรืออำนาจ มอบเก้าอี้ รมว.พลังงาน ให้กับกลุ่มสามมิตรในการปรับรอบนี้ตามที่พูด ก็จะยิ่งสร้างความไม่พอใจและอาจเกิดแรงกระเพื่อมในพรรคเป็น Second Wave หรือไม่

กระนั้น บิ๊กตู่อาจมีทางเลือกที่สร้างความพอใจให้กับกลุ่มก๊วนสามมิตรอีกหลายสูตร เช่น ตั้งคนของกลุ่มสามมิตรมาเป็นรัฐมนตรีเพิ่มสัก 1-2 ตำแหน่งแทนเช่น เก้าอี้รมว.กระทรวงอุดมศึกษา หรือสลับเก้าอี้ใหม่ให้ หรือ อาจเพิ่มอำนาจให้ “บิ๊กป้อม” ให้คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติแทนนายกฯเอง หรืออาจให้ “บิ๊กป้อม” เป็นรองนายกฯ ควบรมว.มหาดไทยอีกตำแหน่ง แล้วโยก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไปคุมรมว.กลาโหม ที่นายกฯคุมอยู่

แม้นายกฯจะปฏิเสธอย่างไร แต่การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน แรกบิ๊กตู่ ก็ยืนยันไม่มีปรับ ไม่ทิ้ง 4 กุมาร แต่สุดท้ายก็พลิกหมด

จะปรับครม.ด้วยสูตรไหนก็ตามแต่ อย่างที่ย้ำคือ ต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยหลักการต้องดึงรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจทั้งหมด เช่น พาณิชย์ เกษตร ท่องเที่ยว คมนาคม ที่กระจายอยู่ต่างพรรคมาเป็นโควต้ากลางของนายกฯ เอง เพื่อสร้าง “ดรีมทีมเศรษฐกิจ” บริหารงานแก้ปัญหาประเทศได้เบ็ดเสร็จและเป็นทิศทางที่ชัดเจนมากกว่าที่เป็นอยู่ ที่ต่างพรรคต่างทำตามนโยบายพรรคตัวเอง

เพราะถ้าตั้ง คนนอกเก่งกาจแค่ไหน แต่ยังเล่นดนตรีกันคนละคียก็ไม่เป็นวงอยู่ดี

ที่สำคัญ คือ ต้องปรับรัฐมนตรีโลกลืมซึ่งมีอยู่หลายคน ผ่านมา 1 ปี ยังไม่มีผลงานประจักษ์ รวมถึง รัฐมนตรีที่มีมลทิน ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ให้ความหวังกับประชาชน ผ่านโทรทัศนรวมการเฉพาะกิจ เมื่อ 17 มิ.ย. เดือนที่แล้วในสถานการณ์ที่ประเทศเผชิญกับโควิดว่า รัฐบาลจะปรับการทำงานใหม่เป็นแบบนิวนอร์มอล

“ประชาชนคนไทยรอไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เราต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น และขอให้หยุดเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์”

"เราต้องหยุด ไม่ปล่อยให้เกมการเมือง ที่ไม่สุจริต บิดเบือนข้อเท็จจริง มาดึงรั้งการก้าวเดินไปข้างหน้าของประเทศโดยไม่จำเป็น เป้าหมายข้างหน้าที่มีความเจริญรุ่งเรืองของประเทศรอเราอยู่ เส้นทางนี้ไม่ใกล้ แต่ก็ไม่ไกลจนเกินไป ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน"

นายกรัฐมนตรี ทิ้งท้ายด้วยว่า นี่คือเวลาแห่งโอกาส ที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน

คำประกาศเจตนารมณ์ของนายกฯ อาจเป็นแค่วาทกรรมสวยหรู สุดท้ายที่เห็นอาจติดหล่มปัญหาการเมือง ในพรรคที่เป็นตัวถ่วงการพัฒนา

เป็นการเมืองแบบเก่าที่ไม่มีทางก้าวถึง New Normal ขณะที่ประชาชนกำลังทุกข์ยาก ตกงาน รายได้หายจากโควิด แต่นักการเมืองในพรรครัฐบาล กำลังลุ้นตัวโก่งจะได้เสวยสุขในเก้าอี้รัฐมนตรีจากการปรับเก้าอี้ครม. ครั้งนี้

***************************

บทความแนะนำ