ชงทำงานที่บ้าน-งดเดินทางหนีฝุ่นพิษ

วันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 11:10 น.
ชงทำงานที่บ้าน-งดเดินทางหนีฝุ่นพิษ
อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษเสนอขอความร่วมมือรัฐ-เอกชน ให้ข้าราชการ-พนักงานทำงานที่บ้านเพื่อเลี่ยงฝุ่นละออง

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาฝุ่นละอองปกคลุมในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ยังคงร่วมประชุมเพื่อทบทวนและออกมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง

สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ต้นเหตุสำคัญของฝุ่น PM2.5 มาจากการจราจรที่ติดขัดและปล่อยควันดำออกมา จึงมีข้อเสนอจากนักวิชาการให้มีกำหนดการใช้รถเป็นวันเลขคู่เลขคี่ตามเลขทะเบียนรถ เพื่อลดจำนวนการใช้รถยนต์ แต่ถ้ามีผลบังคับใช้ทันทีก็ย่อมมีคนท้วงติง เพราะกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำได้ทันทีโดยความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน คือ ให้ข้าราชการ พนักงาน ทำงานที่บ้าน เพราะบางงานไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่ทำงานก็สามารถส่งงานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ให้เหมือนเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยเรื่องดังกล่าวจะมีการเสนอต่อ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในการประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองต่อไป

สุรัตน์ บัวเลิศ คณบดีคณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วง 1-2 วันจากนี้ ฝุ่นละอองจะลดลง แต่จะต้องเฝ้าระวังอีกครั้งวันที่ 18 ม.ค. เพราะจะมีความกดอากาศสูงเข้ามา ส่งผลให้อากาศมีความชื้น ฝุ่นจะกลับมาอีก

วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ในฐานะเป็นประธานการประชุม กล่าวว่า ฝุ่น PM2.5 มาจากการจราจรเป็นหลัก โดยเป็นรถยนต์ดีเซลที่ปล่อยควันดำเพราะการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ซึ่งมลพิษเหล่านี้มีเท่าเดิม แต่ในช่วงนี้อากาศไม่เอื้ออำนวยทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นจนเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งปัญหาดังกล่าว ทส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหารือกันตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. 2561 โดยดำเนินการมาตรการป้องกันและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า อยากให้ประชาชนติดตามข้อมูลสถานการณ์ฝุ่นละอองผ่านเว็บไซด์ www.air4thai.pcd.go.th และแอพพลิเคชั่น Air4Thai นอกจากนี้ยังประสานไปยัง กทม. เพื่อเพิ่มความถี่ในการกวาดล้างทำความสะอาดถนนและฉีดพ่นน้ำในอากาศ รวมทั้งมีการกำชับในพื้นที่กรุงเทพฯ และ 5 จังหวัดปริมณฑลห้ามเผาในที่โล่งโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนนี้

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ฝุ่นอยู่ในระดับสีส้ม คือ เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หลายๆ คนจึงหาหน้ากาก N95 มาใช้ แม้จะป้องกันได้ 90% แต่ต้องใส่ให้แน่นมากจะอึดอัด ถ้าใส่แล้วสบายดีแสดงว่าไม่ถูกวิธี บางคนใส่ไม่เกิน 20 นาทีก็ทนไม่ไหว สุดท้ายต้องถอดออก ดังนั้นการใช้ N95 ประชาชนต้องศึกษาการใช้งานอย่างถูกวิธี หรือเลือกใส่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เช่น การเดินอยู่ริมถนน เป็นต้น ซึ่งจริงๆ แล้วหน้ากากอนามัยแบบธรรมดาสามารถนำมาใช้ได้ เพียงแต่ใส่ทิชชู่ไปอีก 2-3 ชั้นก็มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน

นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการตรวจสอบสถิติผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง เส้นเลือดตีบ ไม่พบว่ามีผู้ป่วยมากขึ้นกว่าปีก่อน และบางโรคมีผู้ป่วยจำนวนลดลง ซึ่งสถานการณ์ฝุ่นละอองในขณะนี้จึงยังไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการกองบังคับการตำรวจจราจร กล่าวว่า การตั้งด่านสามารถจับรถควันดำเกินมาตรฐานได้ 651 คัน สำหรับรถเล็กจะติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้ชั่วคราว 30 วัน ส่วนรถบรรทุก 6 ล้อจะฉีดสเปรย์ข้างรถ โดยรถที่ผิดกฎหมายจะต้องปรับเปลี่ยนและผ่านการตรวจวัดสภาพอีกครั้งจึงจะสามารถนำมาใช้ได้ตามปกติ นอกจากนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ห้ามจอดรถยนต์ในถนนสายหลัก 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะตามร้านอาหารข้างทางที่มักจะมีรถยนต์จอดเป็นประจำ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต