ใจถึงพึ่งได้! เปิดใจ "วัน อยู่บำรุง" วันนี้ขอลบคำด่า "ลูกเฉลิมเกเร"

  • วันที่ 03 ต.ค. 2560 เวลา 20:10 น.

ใจถึงพึ่งได้! เปิดใจ "วัน อยู่บำรุง" วันนี้ขอลบคำด่า "ลูกเฉลิมเกเร"

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

“ผมเกิดเป็นลูกท่านเฉลิม คุณแม่ลำเนา อยู่บำรุง ถือเป็นบุญ ที่ผ่านมาผู้คนอาจติดภาพเกเรของผมในอดีต แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว” คำพูดของ วัน อยู่บำรุง หรือ หนุ่ม ในวัย 43 ปี ลูกชายคนที่สองของนักการเมืองลายคราม ร.ต.อ.เฉลิม

วัน ชื่อเดิม วันเฉลิม หลายคนติดภาพวัยรุ่นอารมณ์ร้อนผู้มีวีรกรรมมากมายในอดีต แต่ปัจจุบันด้วยวันเวลาประสบการณ์ชีวิตที่เพิ่มขึ้น เขาเปลี่ยนบุคลิกตัวเองเดินหน้าช่วยเหลือชาวบ้าน ตามแบบฉบับทายาทการเมือง สไตล์เจ้าของสโลแกน ใจถึง...พึ่งได้ เพราะหวังว่า สักวันหนึ่งประชาชนที่เคยตำหนิและเมินหน้าหนีใส่ จะเปลี่ยนความคิดและยินดีเลือกลูกชายนักการเมืองชื่อ วัน อยู่บำรุง ให้เป็นเสียงแทนประชาชนในสภา

โพสต์ทูเดย์ได้พูดคุยกับ วัน อยู่บำรุง ถึงเรื่องราวชีวิตปัจจุบัน รวมถึงจุดเริ่มต้นการก้าวมาเป็นคนดังในโซเชียลมีเดีย และเส้นทางการเมืองในอนาคต

เปิดตัวตนผู้ชายชื่อ “วัน อยู่บำรุง” 

วัน บอกว่าช่วงที่ผ่านมาครอบครัวอยู่บำรุง ไม่ได้ห่างหายไปไหน แต่หลังเหตุการณ์ พ.ค.57 ทำให้ครอบครัวไม่ได้ออกมามีบทบาททางการเมืองมาก แต่คุณพ่อ ยังติดตามสถานการณ์ทุกวัน ส่วนตนนอกจากลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน ก็ทำธุรกิจเวทีมวยสยามอ้อมน้อย ที่ทำมานานกว่า 25 ปี เนื่องจากชื่นชอบและผูกพันวงการมวยมาตั้งแต่อายุ 16 ปี

ส่วนที่เห็นว่าปัจจุบันเล่นโซเชียลมากขึ้น เริ่มจาก 3 ปีที่แล้ว (ปี 57) กลับมาเล่นเฟซบุ๊กเองหลังจากเปิดไว้นาน โดยพยายามเข้าไปพูดคุยโต้ตอบทุกดูคอมเม้นท์ ทำให้มียอดคนเข้าไปติดตามเพิ่มอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันผู้ติดตามประมาณ 1.5 แสนคน  ส่วนกิจกรรมความเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊ก ยอมรับว่ามีครบทุกรสตั้งแต่เรื่องงาน ครอบครัว ช่วยประชาชน ความรัก และสนุกสนาน

คิดว่าเฟซบุ๊กส่วนตัว ไม่เหมือนของนักการเมืองทั่วไป ที่มักมีแต่เรื่องงานอย่างเดียว ซึ่งการทำเช่นนี้ไม่กลัวเรื่องเสียภาพลักษณ์ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเหตุผลให้หลายคนชื่นชอบ  “ต่อหน้า คุณสร้างภาพ ลับหลังเป็นอีกอย่าง มันไม่ใช่”

หนุ่ม เล่าถึงความเป็นคนตรงและจริงใจให้ฟังว่า ครั้งดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นักข่าวเคยถามว่า หากให้เป็นตัวแทนรณรงค์งดเหล้า-บุหรี่ จะรับหรือไม่ ตอนนั้นพอฟังจบ ตอบทันทีไม่ขอรับ เพราะคิดว่าหากเป็นคนดื่มเหล้า-สูบบุหรี่ ถ้ารับและต่อหน้าชาวบ้านไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ลับหลังกลับทำแบบที่พูดไม่ได้ ก็อาจดูไม่ดี จึงคิดว่าอะไรทำไม่ได้ ก็ไม่ควรทำ

วัน ยังบอกอีกว่าขออย่ามองตนเป็นเน็ตไอดอล เพราะเน็ตไอดอล คือบุคคลที่ควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม แต่ตนในอดีตก็เคยทำเรื่องผิดพลาดมาบ้าง จึงไม่เหมาะใช้คำนั้น แต่อยากขอวอนสังคมให้เห็นใจ ทุกคนเคยทำผิดพลาด ถ้ากลับตัวกลับใจ ทำประโยชน์ให้สังคม ถ้าหากไม่ชอบ ไม่ต้องชื่นชม แต่หย่าด่าเรื่องเก่าๆ

ส่วนที่หลายคนถามว่าทำไมต้องคบวัยรุ่นที่มีภาพลักษณ์ไม่ดี จนได้รับฉายาว่า พี่ใหญ่ฝั่งธน นั้น เพราะอยากตักเตือนสอนวัยรุ่นเหล่านี้ ไม่ให้ออกไปทำเรื่องไม่ดี บางครั้งยอมรับว่าหากเตือนไม่ฟังก็ให้เขาชกต่อยกัน แต่จะบอกเสมอว่า ต้องจบ

แต่การทำเช่นนี้กลับถูกวิจารณ์ว่า เมื่อทำตัวดีแล้ว ทำไมต้องเอาพวกกเฬวรากมาเดินตาม ขอชี้แจงว่า “หากคุณคิดอย่างนี้ ประเทศก็ไม่เจริญ ที่ผมพยายามเปลี่ยนคนพวกนี้ เพราะอยากให้เขากลับมาเป็นคนดี ฉะนั้นควรให้โอกาส เพราะทุกคนเกิดมา มีคุณค่าความเป็นคนเท่ากัน ไม่ว่าเด็กสลัมหรือลูกนายกรัฐมนตรี ก็หนึ่งเสียงเท่ากัน”

“คุณยังยึดติด อยู่กับเรื่องเก่าๆ ประเทศชาติจะพัฒนาอย่างไร คนเรามันต้องเคยผิดพลาด แต่เมื่อเค้ากลับตัว ทำประโยชน์ ควรให้โอกาส ตัวผมเมื่อก่อนโดนด่าว่า ลูกเฉลิมเกเร แต่วันหนึ่ง ผมจะพยายามพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมต้องมาจากประชาชนเลือก เข้าไปทำหน้าที่แทนในสภา ฉะนั้นหมั่นทำดีต่อไป สักวันหนึ่งจะได้ดี”

จุดเริ่มต้นสโลแกน “ ใจถึง...พึ่งได้ ”

ขณะที่จุดเริ่มต้นสโลแกน "ใจถึง...พึ่งได้" ที่โด่งดังและเป็นคำพูดประจำตัวนั้น มาจากรุ่นพี่ (แอ๊ด คาราบาว) แต่งเพลงชื่อนี้ให้เพื่อใช้หาเสียงเมื่อปี 57 ซึ่งมีเนื้อหาตรงกับบุคลิกส่วนตัว และมีการนำมาใช้เป็นชื่อกลุ่มไลน์ญาติพี่น้อง จากนั้นทำเป็นสติ๊กเกอร์และเสื้อแจก จนมีคนขอจำนวนมากหมดเงินไปล้านกว่าบาท ก็เปลี่ยนมาทำขาย แต่กำไรหลังหักค่าใช้จ่าย นำไปช่วยเหลือสังคม

หนุ่ม มองว่าวันนี้การที่สังคมออนไลน์มีทั้งชื่นชมและด่า ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ และชิน แต่เชื่อว่าขณะนี้มีคนชื่นชอบตนอยู่มาก เห็นจากตั้งกลุ่มใจถึง...พึ่งได้ ในเฟซบุ๊กเพียง 50 คน มีคนเป็นสมาชิกกว่า 2 หมื่นคน และยังมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กอีกกว่า 1.5 แสนคน ซึ่งต้องมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ เหมือนเล่นการเมือง ที่ต้องพร้อมยอมรับคำวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอร้องเพียงอย่างเดียว อย่าด่าบุพการีหรือคนในครอบครัว

 

เส้นทางการเมือง ของทายาทและความหวัง “ อยู่บำรุง ”

วัน อยู่บำรุง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร (ส.ส.กทม.) เขตบางบอน ในนามพรรคเพื่อไทย ปี 2554 ครั้งนั้นแพ้คะแนนคู่แข่งจากพรรคประชาธิปัตย์ เพียง 1,136 คะแนน ทำให้ตั้งแต่วันนั้น เขาพยายามลงพื้นที่พบประชาชนสม่ำเสมอไปทุกงานไม่ว่า งานศพ งานบวช งานแต่ง รวมถึงออกฉีดยุง

ทายาทนักการเมืองดังยอมรับว่าการแพ้ครั้งนั้นรู้สึกเสียใจมาก แต่ไม่เสียดาย เพราะตอนนั้นมีเวลาเตรียมตัวเพียง 4 เดือน แต่ฝ่ายตรงข้ามครองพื้นที่มานานกว่า 20 ปี แต่การแพ้ครั้งนั้นทำให้เขาไม่ท้อและพยายามลงพื้นที่ เพราะหวังจะชนะเลือกตั้งในถิ่นเกิด (เขตบางบอน) ให้ได้

“จะลงเลือกต่อไปทุกครั้ง ลงจนกว่าจะได้รับชัยชนะ เมื่อชนะแล้ว ก็ลงต่อ เพื่อเป็นตัวแทนตระกูลอยู่บำรุง ไม่ให้หายไปจากการเมืองไทย แต่ขณะนี้เส้นทางอนาคตการเมือง ยังไม่กล้าคิดไกล เพราะคิดเสมอว่า ฝนยังไม่ตก แดดยังไม่ออก อย่าเพิ่งกางร่ม”

เหตุผลที่คิดว่าจะทำให้ชนะใจประชาชน เพราะเป็นคนตรงไป ตรงมา จริงจัง จริงใจ ไม่ทิ้งประชาชน เช่นเดียวกับสโลแกน ใจถึง...พึ่งได้ “การเลือกตั้งก็เหมือนจีบสาว หากเขาไม่รักตอนแรก ซักวันหนึ่ง เมื่อเขาเห็นความดีและความพยายามตื้อ ก็อาจมีสิทธิ์” และคิดว่าวันนี้เมื่อได้มาช่วยเหลือประชาชนเป็นประจำ ก็ทำให้ตนในสายตาชาวบ้านเปลี่ยนไปมาก เมื่อก่อนยุคเล่นการเมืองใหม่ๆ ลงพื้นมักถูกถามว่าเลิกเกเรยัง บางคนเมินหน้าหนีด้วยซ้ำ แต่วันนี้ลงพื้นที่มีแต่คนขอกอด ขอถ่ายรูป

วัน อยู่บำรุง ทิ้งท้ายว่า ขอเดินหน้าพัฒนาตัวเองและทำประโยชน์เพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป เพื่อลบภาพในอดีต

“เกิดเป็นลูกท่านเฉลิม คุณแม่ลำเนา อยู่บำรุง ถือเป็นบุญ และหากนับหนึ่งถึงสิบ ผมว่าคงเริ่มที่ห้าเลย ถ้าไม่เคยมีเรื่องในอดีตมาก่อน แต่จากภาพเมื่อก่อน ยังไม่ทันเริ่ม ก็ติดลบ 5 แล้ว แต่ยังไงจะไม่ยอมแพ้ เพราะเชื่อมั่นกับสิ่งทำ และคิดว่าการเมืองอนาคตคงเป็นโอกาสของคนประเภทนี้ เพราะประชาชนชอบคนพูดตรง ทำจริง ไม่ได้ภาพสวย “การเมืองไม่ใช่มรดก ยกให้กันไม่ได้ อยากได้ ต้องทำเอาเอง”

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ