posttoday
40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

22 มิถุนายน 2560

ผู้ลี้ภัยยังเผชิญปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องการเข้าถึงบริการสุขภาพ การเข้าถึงการศึกษาของเด็กผู้ลี้ภัยยังคงเป็นไปอย่างลำบาก

โดย...กันติพิชญ์ ใจบุญ

คงไม่มีใครอยากที่จะจากบ้านเกิดเมืองนอน หากแต่เพราะความจำเป็นถึงชีวิต เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดการลี้ภัย

ประเทศไทยถือเป็นอีกจุดหมายปลายทางของผู้ลี้ภัยจากต่างชาติ หรือพื้นที่ผู้แสวงหาที่ลี้ภัย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการเมือง สถานะความเป็นอยู่ การถูกคุกคามต่างๆ

ผู้คนร่วมโลกกว่า 40 ชาติ จำนวนกว่า 1.2 แสนคน กระจุกอยู่ในประเทศไทย จำนวนนี้มี 1.1 แสนคนที่หนีภัยการสู้รบจากประเทศเพื่อนบ้าน และอีกจำนวนที่เหลือ คือคนที่ลี้ภัยอยู่ในมุมเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

นัยหนึ่ง ประเทศไทยปฏิเสธไม่ได้ของการมีอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัย และหากสะท้อนในแง่หลักสิทธิมนุษยชน นโยบายจากภาครัฐที่ต้องเข้ามาจัดการปัญหาผู้ลี้ภัยอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม พร้อมทั้งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผู้ลี้ภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งเพื่อห้สอดรับกับทิศทางโลก โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ที่ห่วงในประเด็นดังกล่าว

เวทีเสวนาเรื่อง “เปิดสถานการณ์ผู้ลี้ภัยกว่า 40 ชาติในประเทศไทย สู่ความคุ้มครองและการจัดการที่เหมาะสมของรัฐไทย” จึงเกิดขึ้น เพื่อสะท้อนปัญหา และเสนอข้อแนะนำให้รัฐบาลไทยมีนโยบายด้านการดูแลผู้อพยพลี้ภัยในประเทศให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยผ่านกลไกการจัดการถาวรอย่างการร่างกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยที่ชัดเจน

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

ศิววงศ์ สุขทวี จากเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ สะท้อนภาพของปัญหาผู้ลี้ภัยว่า ผู้ลี้ภัยเกือบ 1 หมื่นคนที่ขณะนี้ยังอยู่ร่วมกับคนไทยในสังคมเมือง ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ลี้ภัยมาจากปัญหาภายในประเทศนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นสงคราม การเมือง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศจากตะวันออกกลางอย่างซีเรีย ที่ลี้ภัยเข้ามาเรื่อยๆ

สถิติผู้ลี้ภัย ณ สิ้นเดือนพ.ค.2560 มีผู้ที่ได้รับการรับรองสถานะเป็นผู้ลี้ภัยจาก UNHCR จำนวน 4,100 คน และผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่รอผลการพิจารณาอีก 3,300 คน และมีผู้ลี้ภัยที่ถูกกังอย่างไม่มีกำหนดที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองอีก 260 คน

“ผู้ลี้ภัยยังเผชิญปัญหาในด้านต่างๆ ทั้งในเรื่องการเข้าถึงบริการสุขภาพ การเข้าถึงการศึกษาของเด็กผู้ลี้ภัยยังคงเป็นไปอย่างลำบาก การทำงานที่ทำไม่ได้ เนื่องจากผู้ลี้ภัยยังไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน พวกเขาจึงต้องหาทางลักลอบทำงานแบบผิดกฎหมายเพื่อให้อยู่รอด” ศิววงศ์ ฉายภาพปัญหา

กระนั้น แม้ประเทศไทยจะมีพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 เป็นแม่บทกำกับดูแลในด้านนี้ แต่สิ่งที่ศิววงศ์กังวลคือ กฎหมายดังกล่าวมักถูกใช้ในการป้องกันปราบปรามผู้ลี้ภัย หรือผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย มากกว่าจะใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

ไม่ต่างจากความคิดเห็นของศรีประภา เพชรมีศรี อาจารย์ประจำศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล บ่งบอกในมุมมองด้านการจัดการผู้ลี้ภัยของรัฐบาลว่า รัฐบาลไทยยังคงมีบทบาทในการกำหนดท่าทีมาตรการดูแลผู้ลี้ภัยภายในประเทศได้ แต่ปมหนึ่งของรัฐบาลที่อาจจะมีแนวคิดที่ลบล้างได้ยาก คือการคิดว่าประเทศไทยไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกับปัญหาของประเทศอื่นๆ หรือประเทศเพื่อนบ้าน แม้จะมีความคิดเช่นนั้น แต่ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีเมื่อเพื่อนบ้านเกิดปัญหา ประเทศไทยก็ยังยินยอมให้ลี้ภัยได้ แต่ต้องอยู่ในแนวชายแดนเพื่อรอเหตุการณ์สงบและจะผลักดันกลับประเทศภูมิลำเนาต่อไป

“ประเทศไทยสามารถจัดการได้แน่นอนในระยะยาว โดยผ่านกลไกของกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมีกฎหมายที่คุ้มครอง และให้บริการทางสังคมที่ดีอยู่ในระดับหนึ่ง หากแต่จำเป็นจะต้องเลือกใช้อย่างถูกต้อง ทั้งการลงทะเบียนผู้ลี้ภัย การกำหนดสิทธิขั้นพื้นฐาน เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้ลี้ภัยก็คือมนุษย์เหมือนกัน และเขาหนีความตายมาจึงมาขอพึ่งพิง” ศรีประภา นิยามถึงผู้ลี้ภัย

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากแนวคิดของศรีประภา คือรัฐบาลไทยจะต้องให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัย และไม่พยายามผลักดันกลับไป เพราะสิ่งนี้คือมาตรฐานของหลักมนุษยธรรมทั่วโลก แต่กระนั้น ศรีประภาเข้าใจดีว่า องค์ประกอบทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ ก็อาจเป็นแรงกดดันอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ไทยต้องเลือกระหว่างผู้ลี้ภัย หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

เมื่อมีเสียงสะท้อนของปัญหาในการจัดการผู้ลี้ภัย ความหวังถูกโยนมาที่รัฐบาลไทยในด้านการจัดการทันที ซึ่งเรื่องนี้ อดิศร เกิดมงคล จากเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านประชากรข้ามชาติ นำข้อเสนอแนะที่หวังไปถึงรัฐบาลว่าคงมีโอกาสได้รับฟัง เขาระบุว่า แม้ว่ารัฐบาลจะเห็นชอบการจัดตั้งกลไกคัดกรองผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย และผู้ลี้ภัยตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 ม.ค.2560 แต่ยังเกิดข้อสงสัยว่า กลไกในรูปของคณะกรรมการระดับชาตินั้น จะสามารถแก้ปัญหาและดำเนินการเรื่องผู้ลี้ภัยไ้ด้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะไม่มีตัวแทนภาคประชาสังคม นักวิชาการ รวมไปถึงผู้มีผลกระทบเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆ เลย แม้แต่การร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยก็ตาม

อดิศร ยอมรับว่า เป็นทิศทางที่ดีของรัฐบาลที่ใส่ใจปัญหา แต่ระหว่างรอกระบวนการขึ้นรูป รัฐบาลควรเข้ามาจัดการปัญหา และวางแนวปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยระยะสั้นได้ทันที โดยเฉพาะกลุ่มผู้ลี้ภัยเปราะบาง คือ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วย ที่รัฐควรจะ “ไม่จับกุม” กลุ่มคนเหล่านี้ และเพิ่มสิทธิพื้นฐานทั้งด้านการเข้าถึงการซื้อหลักประกันสุขภาพ การศึกษา ผ่านหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบอยู่ รวมถึงการวางหลักเกณฑ์การประกันตัวผู้ลี้ภัยที่ถูกจับกุม เพราะในปัจจุบันการประกันตัวอยู่ที่ราคา 5 หมื่นบาท ซึ่งสูงเกินไปสำหรับผู้ที่ลี้ภัย

เสียงจากผู้ลี้ภัยชาวซีเรียคนหนึ่ง ชายในวัยราว 40 ปี ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครอย่างผิดกฎหมาย สถานะของเขาในชั่วโมงนี้ อาจถือได้ว่าเป็นบุคคลที่ไร้ตัวตนทางกฎหมาย เขาเล่าความทุกข์ยากผ่านวีดีทัศน์ที่เปิดฉายในเวทีเสวนาว่า “ในพื้นที่ซีเรีย มีแต่ระเบิด การสู้รบ และอันตรายเกินกว่าที่จะอยู่อาศัยได้ ผมไร้เพื่อน ไร้สังคม และไร้ครอบครัว ชายหลายคนในละแวกบ้านถูกเกณฑ์เป็นทหารเพื่อสู้รบตั้งแต่อายุ 18 ปี

“ซีเรียเคยเป็นประเทศที่สวยงามมากที่สุดในตะวันออกกลาง ผู้คนเป็นมิตร อาหารการกินสมบูรณ์ ทุกอย่างดูดีงามหมด แต่ 5 ปีให้หลัง ซีเรียกลายเป็นเมืองที่ไร้ซึ่งชีวิต หากแต่ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม ผมเองก็อยากจะกลับบ้าน บ้านของผม”

“คำว่าผู้ลี้ภัย เป็นคำพูดหนึ่งที่สะท้อนความต่ำต้อยของผม และดูถูกความเป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่มีใครอยากอยู่ในสถานะของผู้ลี้ภัย”ชายชาวซีเรีย บอกเล่าด้วยความสะท้อนใจ

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

 

 

40 ต่างชาติลี้ภัยในเมืองกรุง ความหวังของการหนีตาย

 

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด สเปอร์ส พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 11 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด สเปอร์ส พบ ลีดส์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก วันนี้ 11 พ.ค.69