ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล เดิมพันปลุกเศรษฐกิจไทย

วันที่ 18 ธ.ค. 2559 เวลา 16:30 น.
ของขวัญปีใหม่จากรัฐบาล เดิมพันปลุกเศรษฐกิจไทย
โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

การแจกของขวัญปีใหม่จากใจรัฐบาลให้ประชาชน กำลังจะกลายเป็นประเพณีที่ทุกรัฐบาลจะต้องขนออกมาส่งความสุขให้คนไทย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมาก่อน

ในยุคของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่พ้นต้องแจกของขวัญปีใหม่ด้วยเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลได้จัดทำผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาลต่อเนื่องมาสองปีแล้ว โดยปีนี้ได้จัดทำระหว่างวันที่ 1-12 พ.ย. 2559 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวน 5,000 คน

ผลสำรวจพบว่า ของขวัญปีใหม่ในปี พ.ศ. 2560 ที่ประชาชนต้องการใน 5 อันดับแรก คือ การแก้ปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้มีราคาแพง รองลงมา คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน การแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรไม่ให้มีราคาตกต่ำหรือพยุงราคา การจัดหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และการแก้ไขปัญหาว่างงานหรือจัดหาอาชีพ

เมื่อพิจารณาเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคเหนือ และ กทม. ต้องการให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้มีราคาแพง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ในปี พ.ศ. 2560 มากกว่าเรื่องอื่น ของขวัญปีใหม่ของรัฐบาลปีนี้ ก็จะเน้นหนักไปตามผลสำรวจแม้จะไม่อู้ฟู่อลังการเหมือนของขวัญปีใหม่ในปีก่อน แต่ก็ตรงตามความต้องการของประชาชน

ช็อปช่วยชาติ

โครงการช็อปช่วยชาติที่เป็นของขวัญเซอร์ไพรส์ประชาชนในเทศกาลปีใหม่ของปีที่แล้วได้ถูกนำมาใช้อีกครั้ง แต่ในปีนี้ได้ปรับปรุงมาตรการให้ดียิ่งขึ้นด้วยการขยายระยะเวลาของมาตรการออกไปเป็น 15 วัน มาตรการช็อปช่วยชาติเปิดโอกาสให้ประชาชนนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อสินค้าและบริการ ระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559 มาลดหย่อนภาษีเงินได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท

ทั้งนี้ มีข้อยกเว้น ไม่รวมสุรา เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ค่าเชื้อเพลิงทั้งก๊าซและน้ำมัน ค่ารักษาพยาบาล ค่าทำศัลยกรรม ค่าซื้อทองคำแท่ง นำมาหักภาษีตามมาตรการช็อปช่วยชาติไม่ได้ เพราะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) แต่หักได้เฉพาะค่ากำเหน็จ ส่วนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ นำมาหักไม่ได้ เพราะเป็นการชำระของเดือนก่อนหน้า มาตรการเช่นเดียวกับค่าตั๋วเครื่องบินในประเทศ ใช้หักภาษีไม่ได้ เพราะค่าขนส่งในประเทศได้รับการยกเว้นแวต และซื้อบัตรของขวัญของห้างสรรพสินค้านำมาหักภาษีไม่ได้ เพราะบัตรของขวัญไม่เสียแวต ขณะที่ซื้อประกันชีวิต ประกันรถยนต์ หักภาษีไม่ได้ เนื่องจากวันคุ้มครองอยู่นอกเหนือจากวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559 ส่วนค่าซ่อมรถยนต์นำมาหักภาษีได้ หากเป็นการซ่อมและชำระค่าบริการแล้วเสร็จในช่วงวันที่ 14-31 ธ.ค. 2559

เที่ยวเพื่อชาติ

หลังจากนั้นก็มีของขวัญปีใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว โดยให้สามารถนำเอาค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1-31 ธ.ค. 2559 มาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2559 จำนวน 1.5 หมื่นบาท เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่เคยมีมติอนุมัติให้นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2559 มาหักลดหย่อนภาษีจำนวน 1.5 หมื่นบาท รวม 2 รายการ ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ 3 หมื่นบาท

คนที่จะได้สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยวต้องเป็นบุคคลธรรมดาเท่านั้น ดังนั้น ซื้อทัวร์ในนามนิติบุคคลไม่ได้สิทธิประโยชน์ภาษีนี้ ต้องเป็นการจ่ายค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเท่านั้น

ดังนั้น เที่ยวต่างประเทศหรือถึงแม้เที่ยวในไทย แต่ซื้อทัวร์กับคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ก็ไม่ได้สิทธิประโยชน์อันนี้ ดังนั้นก่อนจ่ายเงินซื้อทัวร์ในประเทศ เช็กดูให้ดีก่อนนะว่าเป็นผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายหรือเปล่า หรืออย่างค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถทัวร์ ถ้าไม่ได้อยู่ในแพ็กเกจทัวร์ก็ไม่ได้สิทธิประโยชน์ภาษีอันนี้เหมือนกัน ดังนั้นถ้าอยากเอาค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ารถทัวร์มาลดหย่อนภาษีด้วย ก็ต้องซื้อเป็นแพ็กเกจแบบรวมค่าเดินทาง และจะต้องเป็นการจ่ายค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมเท่านั้น ดังนั้น การจองที่พักผ่านคนที่ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม อย่างเช่น จองผ่านเว็บต่างๆ ที่ไม่ใช่ของโรงแรมโดยตรง ก็ไม่ได้สิทธิประโยชน์อันนี้

แจกเงินคนจน

รัฐบาลประกาศมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อย โดยมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อยไม่เกินปีละ 3 หมื่นบาท รายละ 3,000 บาท และผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท รายละ 1,500 บาท สำหรับผู้ที่ได้รับแจกเงินช่วยเหลือนี้จะเป็นผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียนผ่านธนาคารรัฐ 3 แห่ง ที่กระทรวงการคลังให้ดำเนินการไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งมีผู้มาลงทะเบียน 8.3 ล้านราย และกระทรวงการคลังได้เริ่มทยอยจ่ายเงินให้ประชาชนแล้ว

ลดกระหน่ำราคาสินค้า

เมื่อมีมาตรการเพิ่มเงินในกระเป๋าแล้ว ก็จะต้องมีมาตรการลดค่าครองชีพ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อ จัดงาน “รวมใจ...ช่วยไทย...ลดรับปีใหม่” ตั้งแต่ วันที่ 15 ธ.ค. 2559-4 ม.ค. 2560 รวม 21 วัน จาก 16 ผู้ประกอบการ ในทุกสาขากว่า 1.35 หมื่นสาขาทั่วประเทศ การจัดงานลดกระหน่ำในครั้งนี้เป็นการลดราคาจำหน่ายสินค้าทุกแผนกลดสูงสุดถึง 80% ทั้งในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ของใช้ประจำวัน เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งห้างค้าปลีกค้าส่งสมัยใหม่ ยินดีให้ความร่วมมือรับซื้อข้าวสารจากเกษตรกรมาจำหน่าย และนำมาจัดเป็นกระเช้าของขวัญ เพื่ออุดหนุนข้าวไทย ให้กำลังใจชาวนาอีกด้วย การจัดงานในครั้งนี้คาดว่าจะมียอดขายสินค้าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชนได้เฉลี่ย 30% หรือคิดเป็นเงินประมาณ 2.4 หมื่นล้านบาท

ลดค่าผ่านทาง

คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (13 ธ.ค.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์สายตะวันออก) และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ถนนกาญจนาภิเษก) ที่ตามที่กระทรวงเสนอให้ยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2560 ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของ วันที่ 29 ธ.ค. 2559 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 4 ม.ค. 2560 รวม 7 วัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวให้ประชาชนสามารถเดินทางได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ลดปัญหาการจราจรหน้าด่าน และลดการใช้พลังงานของประเทศ และเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

ของขวัญเบ็ดเตล็ด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมจัดกิจกรรม “ส่งสุขปีใหม่ 2560 จากใจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ระหว่างวันที่ 26 ธ.ค. 2559-12 ม.ค. 2560 เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่เกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศ ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมส่งเสริมแหล่งบริการท่องเที่ยวเชิงเกษตร กิจกรรมบริการประชาชนและมอบความรู้ พัฒนาอาชีพ และกิจกรรมลดรายจ่ายในครัวเรือน

ถึงแม้ในปีนี้รัฐบาลไม่ได้สั่งการให้ทุกกระทรวงอัดโครงการของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนเหมือนในปี 2558 แต่มาตรการทั้งหมดนี้ก็ได้สร้างความพึงพอใจให้กับประชาชนได้มีความสุขในช่วงสั้นๆ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า