"บ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย"... เศรษฐกิจรุ่ง สังคมร่วง

วันที่ 23 มิ.ย. 2558 เวลา 19:24 น.
"บ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย"... เศรษฐกิจรุ่ง สังคมร่วง
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล 

ประเด็นเรื่องการตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย กำลังเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์อยู่ในขณะนี้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกครั้งที่มีการเสนอแนวคิดดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวาง ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นโอกาสทองในการสร้างรายได้ให้รัฐพัฒนาประเทศ ขณะอีกฝ่ายกังวลว่าจะก่อให้เกิดปัญหาสังคมและอาชญากรรมตามมารุนแรงชนิดที่ใครก็คาดไม่ถึง

ท่ามกลางกระแสถกเถียงของคนในสังคม คำถามสำคัญมีอยู่ว่า ไอ้ที่พูดๆกันมาน่ะ ได้ศึกษาผลกระทบอย่างละเอียดรอบด้านแล้วหรือยัง

กม.หย่อนยาน-คนคุณภาพต่ำ...มีแต่พังกับพัง

ในห้วงทศวรรษที่ผ่านมา เคยมีการเสนอไอเดียทำบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายมาแล้วหลายครั้ง ทว่าถูกกระแสคัดค้านอย่างหนักจนถอยกลับแทบไม่ทัน เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ไม่ต่างจากการโยนหินถามทาง หยั่งเสียงประชาชน

รศ.ดร.วรากร สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิเคราะห์ว่า หากมีบ่อนกาสิโนเกิดขึ้นในเมืองไทย แม้เม็ดเงินมหาศาลจะหลั่งไหลเข้าประเทศ แต่ต้นทุนทางสังคมที่ต้องสูญเสียก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน

"ปัญหาที่จะเกิดขึ้นคือ หนึ่ง จะทำให้เกิดการฟอกเงินอย่างสะดวกสบายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่่ผ่านมาประเทศไทยมีการฟอกเงินค่อนข้างคึกคัก ทั้งคนในเองและคนนอก เช่น ถ้าผมมีเงินสกปรกและอยากจะอธิบายว่าได้มายังไง ก็ไปซื้อล็อตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่หนึ่งราคา 4 ล้านก็ซื้อมา 4.5 ล้าน แต่ถ้ามีบ่อนกาสิโน ผมสามารถบอกได้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการเล่นพนัน โดยมีใบเสร็จยืนยัน ซึ่งใบเสร็จนั้นอาจได้มาจากเส้นสายกลใน หรือสายสัมพันธ์กับเจ้าของบ่อน ใครก็ตรวจสอบไม่ได้

สอง สร้างความชอบธรรมให้กับการพนัน ถ้าเปิดบ่อนถูกกฎหมาย คนทั่วไปก็จะมองการพนันเป็นเรื่องปกติ เพราะรัฐบาลยังเห็นชอบ ปัญหาตามมาคือคนจะหมกมุ่นกับการเล่นพนันและก่อปัญหาสังคมโดยไม่จำเป็น แทนที่จะทำมาหากินกลับไปจมอยู่ในบ่อน ที่สำคัญนิสัยคนเอเชียชอบเล่นพนันโดยไม่รู้จักขอบเขต เล่นหวังรวยข้ามคืน เล่นเอาเป็นเอาตาย แตกต่างจากคนในประเทศที่พัฒนาแล้วจะเล่นเพื่อความบันเทิง เพื่อสันทนาการยามว่าง

สาม สังคมไทยอ่อนแอเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ประเทศไทยเราไม่มีกฎหมายฉบับใดที่จะบังคับใช้ได้อย่างสม่ำเสมอ ยกเว้นเกณฑ์ทหาร กฎหมายห้ามเด็กอายุ 18 เข้าร้านเหล้าแต่ยังหลุดไปได้ขนาดนี้ จึงไม่น่าเชื่อแนวคิดที่จะสร้างบ่อนระบบปิด จำกัดอายุ จำกัดรายได้คนเข้าเล่นนั้นจะทำได้จริง เมื่อคนไทยที่ไร้วินัย บวกกับการบังคับใช้กฎหมายที่อ่อนแอ ระบบตรวจสอบก็ใช้ค่อยไม่ได้ผล ก็มีแต่พังกับพัง

สี่ บ่อนเถื่อนไม่มีวันหมดไป จากประสบการณ์ศึกษาเรื่องบ่อนกาสิโนมากว่า 30 ปี ผมพบว่ารสนิยมคนไปบ่อนไม่เหมือนกับไปเที่ยวกาสิโน บางคนชอบเขย่าไฮโล แต่ที่กาสิโนไม่มีให้เล่น บางคนไม่ชอบเดินทางไกล เน้นสะดวกใกล้บ้าน หรือกาสิโนไม่มีเครดิตให้ แต่บ่อนเถื่อนมี สุดท้ายเมื่อเข้าบ่อนได้ง่ายก็กลายเป็นทัศนคติฝังหัวว่าเล่นการพนันไม่เหนื่อยแถมได้เงินเยอะ คงไม่มีใครทำงานทำการ ฉะนั้นเชื่อว่าถ้ามีบ่อน คนไทยจะเยอะกว่าต่างชาติเสียอีก

ห้า เปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้เคียงกับไทยที่สุด เช่น บ่อนกาสิโนในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เริ่มต้นเปิดครั้งแรกในยุค 1970 ช่วงแรกรับเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการตรวจพาสปอร์ตอย่างเข้มงวด แต่ปรากฎว่าผ่านมาสิบปี กลุ่มผู้ใช้แรงงาน คนขับแท็กซี่ คนหาเช้ากินค่ำเข้าไปเล่นเต็มไปหมด สรุปคือระบบปิดทำไม่ได้จริง เจ้าของบ่อนก็อยากให้เข้าทุกคน เพราะกำไรมหาศาล นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมพุ่งสูงมาก ปล้น จี้ ลักพาตัว ฆ่า คนจนก็เยอะ ทั้งหมดล้วนเป็นผลพวงจากการเปิดบ่อนทั้งสิ้น"

รศ.ดร.วรากร สามโกเศศ
รศ.ดร.วรากร สามโกเศศ

รศ.ดร.วรากร สรุปชัดๆว่า การเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทยนั้นได้ไม่คุ้มเสีย

"การพนันมันทำให้ความไม่แน่นอนของชีวิตมีสูงขึ้น ชีวิตไม่แน่นอนอยู่แล้ว ทั้งเรื่องความตาย ความเจ็บป่วย คำว่าพอเพียงเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตคนไม่ถูกกระทบผันผวนมากเกินไป ป้องกันความผันผวนจากภายนอกได้ แต่การพนันมันบั่นทอนปัจจัยตรงนี้ ผมเคยเห็นเจ้าของธุรกิจเสียกิจการไปชั่วข้ามคืน เคยเห็นชาวนาชาวไร่ต้องเสียที่อยู่อาศัยไปชั่วพริบตา น่าสะเทือนใจมาก ทรัพย์สมบัติที่เรามีอยู่หายวับไปกับตาเพราะความโลภความอยากได้ นี่เป็นราคาของผลกระทบทางสังคมที่เราต้องใคร่ครวญ มันเทียบกับเงินสี่หมื่นห้าหมื่นล้านไม่ได้ ชีวิตคนประเมินด้วยตัวเลขไม่ได้"

ฝันใหญ่ ... เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์

จากข้อมูลของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณการว่า แต่ละปีมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจการพนันทุกประเภทมากกว่า 357,275 ล้านบาท ตัวเลขมหาศาลนี้เองที่ทำให้หลายคนปิ๊งไอเดียที่จะตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายขึ้น เพื่อนำเงินมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ

สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)ไม่เห็นด้วยหากจะตั้งบ่อนกาสิโนเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเป็นเพียงการเพิ่มตัวเลือกให้นักพนันเท่านั้น แต่เสนอว่าไทยควรเล่มเกมใหญ่กว่าด้วยการสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รองรับการประชุมระดับนานาชาติ โดยมีบ่อนกาสิโนเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิง

"เรื่องการเปิดกาสิโนในประเทศไทยพูดถึงมานานแต่ไม่เคยมีความชัดเจนใดๆ จนประเทศรอบบ้านเราเปิดกันไปหมดแล้ว หากรัฐบาลจะทำจริงๆผมว่าควรเล่นเกมใหญ่โดยสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ รองรับการจัดประชุมองค์กรวิชาชีพระดับสากลที่มีผู้เข้าร่วมแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 8,000 -20,000 คน โดยมีสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก แหล่งช้อปปิ้ง กิจกรรมบันเทิง ร้านอาหาร ระบบคมนาคมขนส่ง และบ่อนกาสิโน เป็นองค์ประกอบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

เมื่อเรามาทีหลังก็ต้องทำให้ดีกว่าสิงคโปร์ในทุกมิติ ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบสิงคโปร์ 2 ประการ คือ หนึ่ง เรื่องวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ผลิตเองได้ เมื่อมีกาสิโน ความต้องการบริโภคก็จะเพิ่มขึ้นด้วยส่งผลให้ราคาพืชผลปรับตัวสูงขึ้นต่างจากสิงคโปร์ที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบทั้งหมด สอง ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่าเมื่อชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาก็ย่อมมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่าสิงคโปร์ บ่อนกาสิโนในประเทศไทยเกิดช้าไป ประเทศอื่นเปิดกันไปหมดแล้ว แต่ว่าการเปิดทีหลังนั้นได้เปรียบ ถ้าทำได้ดีกว่า เพราะเราเห็นจุดอ่อนของคนที่เปิดก่อน และนำมาแก้ไข"

สังศิต พิริยะรังสรรค์
สังศิต พิริยะรังสรรค์

สังศิตวิเคราะห์ว่า หากประเทศไทยมีบ่อนกาสิโนเกิดขึ้นในรูปแบบของเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คาดว่าปีแรกน่าจะสร้างรายได้ราว 3-4 แสนล้านบาท และจะขยับเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไป

"ความกังวลที่ว่าบ่อนกาสิโนจะมอมเมาเยาวชน ผมเสนอว่าเราควรทำเป็นบ่อนระบบปิด เน้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่ถ้าคนไทยอยากเข้าไปเล่นต้องมีการกำหนดเกณฑ์ผู้เข้าเล่นว่าต้องไม่ต่ำกว่า 30 ปี ต้องแสดงหลักฐานรายได้ 2-3 แสนบาทต่อเดือนและต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าใช้บริการ ตรงนี้จะสามารถคัดกรองคนให้เข้าไปเล่นได้ในระดับหนึ่ง

ในอนาคตยังจะมีคนเสนอแนวคิดกาสิโนขึ้นมาอีกเรื่อยๆ รอให้สุกงอม รอรัฐบาลที่เห็นด้วย แต่มันยากตรงที่การทำบ่อนกาสิโนต้องการรัฐบาลที่โปร่งใส ไม่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง รัฐบาลที่ดีจะไม่ค่อยกล้าทำ เพราะกลัวแปดเปื้อน แต่รัฐบาลที่ไม่ค่อยดีก็อยากจะเข้ามาทำ เพราะผลประโยชน์มันเยอะ คนไทยเลยไม่เชื่อมั่น ไม่ไว้วางใจ"

สังคมไทยต้องเตรียมความพร้อม

ปัจจุบัน ธุรกิจการพนันขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีบ่อนกาสิโนมากกว่า 4,750 แห่งทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ทำกำไรมหาศาล ไม่ว่าจะในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ยุโรป ละตินอเมริกา แอฟริกาใต้ จีน รวมถึงรอบๆประเทศไทยอย่างกัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์  

กระนั้น ใช่ว่าทุกประเทศที่เปิดบ่อนจะประสบความสำเร็จตามตามที่ตั้งเป้าไว้

"แต่ละประเทศล้วนเจอปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น จะมากหรือน้อยก็ต้องควบคุมแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างที่แอฟริกาใต้ รัฐบาลตัดสินใจเปิดบ่อนถูกกฎหมาย 40 แห่งเมื่อปี 2540 ทั้งที่ไม่มีความพร้อม ภายหลังพบว่า เกิดปัญหาสังคมตามมามากมาย หลายคนหมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้เป็นสิ้น ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว ชีวิตความเป็นอยู่ย่ำแย่ 

สัดส่วนคนที่เล่นการพนันแล้วมีปัญหาก็เพิ่มสูงขึ้น มีเรื่องฉกชิงวิ่งราว จี้ปล้น ต่อมาเลยใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการจำกัดจำนวนบ่อนลง แต่ปิดหมดไม่ได้ เพราะการปิดบ่อนไม่ใช่เรื่องง่าย ลงทุนไปเยอะ เงินก็อยากได้ กลายเป็นว่ารัฐบาลต้องหวานอมขมกลืน

แตกต่างจากประเทศสิงคโปร์ที่มีความพร้อมกว่า รัฐบาลเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย 2 แห่งในปี 2553 คือ มารีน่า เบย์ แซนด์ส กับ รีสอร์ท เวิลด์ เซนโทซา มีนโยบายให้นักท่องเที่ยวเข้าฟรี แต่หากเป็นคนสิงคโปร์ต้องเสียค่าธรรมเนียม 100 ดอลลาร์สิงคโปร์ นอกจากนี้ยังกำหนดอายุผู้ใช้บริการต้องมีอายุ 21 ขึ้นไป ทุกครั้งที่สำรวจพบว่ามีจำนวนคนสิงคโปร์เล่นพนันเยอะขึ้น เขาก็แก้ด้วยการเพิ่มค่าธรรมเนียมให้สูงขึ้น ต้องยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่เข้มงวดและมีระเบียบวินัยมาก"

คำอธิบายของ รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผ.อ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ทำการศึกษาวิจัยเรื่องปัญหาการพนันในสังคมไทยมานานกว่า 20 ปี

เธอบอกว่า เหตุที่แนวคิดการตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทยไม่ประสบความสำเร็จ ก็เพราะไม่เคยมีผู้เสนอรายใดนำข้อมูลการศึกษาผลกระทบอย่างลึกซึ้งรอบด้านมาชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างจริงจัง

"การตั้งบ่อนกาสิโนถือเป็นนโยบายสาธารณะที่สำคัญ ที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแต่ละฝ่ายไม่มีการเตรียมรายละเอียดข้อมูลที่เพียงพอ มักนำเสนอโดยเอาประสบการณ์ตัวเองเป็นตัวตั้ง มีแต่เถียงกันว่าใครไปเจออะไรมา มากกว่าจะนำผลการศึกษาวิจัยอย่างลึกซึ้งรอบด้านจากต่างประเทศมาชี้ให้เห็นถึงผลกระทบ ข้อดีข้อเสีย ที่สำคัญมักจะคิดกันแต่เรื่องเงิน คิดแต่สิ่งที่จะได้ แต่ประเมินผลกระทบทางสังคมต่ำเกินไป"

ดังนั้นแนวคิดการตั้งกาสิโนจึงต้องมีศึกษาเตรียมความพร้อมอย่างรัดกุมที่สุด

"ไม่ใช่ว่าเราพร้อมหรือไม่พร้อม แต่ประเด็นคือถ้าจะทำก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อน ศึกษาตัวอย่างจากบ่อนในต่างประเทศ ผลกระทบเชิงบวกเชิงลบที่ประเทศชาติจะได้รับมีอะไรบ้าง จะทำบ่อนกาสิโนในรูปแบบใด เพราะบ่อนในประเทศต่างๆก็ไม่เหมือนกัน มีทั้งเน้นรับนักท่องเที่ยว มีทั้งให้เฉพาะคนในท้องถิ่นเล่น แล้วจะควบคุมอย่างไร จะให้ใครจะมาบริหารจัดการ รวมถึงแนวทางป้องกันผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการพนัน ต้องบอกว่าทุกครั้งที่มีการเสนอเรื่องบ่อนกาสิโน 

สิ่งที่ถูกพูดถึงน้อยมากคือ จะป้องกันปัญหาหรือจัดการกับผลกระทบที่จะเกิดกับสังคมอย่างไร เช่น จำกัดอายุ 30 ปีขึ้นไปถึงจะเข้าเล่นได้ แต่กับร้านเหล้า ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทุกวันนี้ก็ยังมีเด็กเข้าเยอะแยะ ปัญหาของบ้านเราคือ กฎหมายย่อหย่อน ไม่บังคับใช้อย่างเด็ดขาด"

รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์
รศ.ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์

ผ.อ.ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ยืนยันว่าการทำประชามติเป็นเรื่องที่ดี ควรจัดทำเวทีรับฟังความเห็นของประชาชนทุกฝ่าย

"ประชาชนควรเป็นคำตอบสุดท้ายว่าจะเลือกเดินแบบไหน เพียงแต่ว่าก่อนจะไปถึงประชามติ ต้องมีข้อมูลให้เขาเพียงพอ คนที่จะทำประชามติได้ดีต้องมีข้อมูลในมือ ถ้าต้องลงประชามติแต่เราไม่รู้เรื่องเลยว่าอะไรเป็นยังไง มันก็จะไม่ผ่านการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ผลประชามติที่ได้ก็จะไม่มีคุณภาพ ดังนั้นควรเอาข้อมูลมาถกเถียงกันอย่างจริงจัง เหมือนร่างรัฐธรรมนูญ ถามว่าทำไมไม่ลงมติก่อนจะมีร่าง ก็เพราะเราต้องเห็นก่อนว่ามันเป็นยังไง ทุกคนต้องได้รับข้อมูลข่าวสาร ต้องเห็นแต่ละประเด็นว่าเป็นยังไง ต้องเห็นภาพชัดก่อน ถ้าจะลงประชามติเรื่องบ่อนก็ต้องทำแบบเดียวกัน"

ไม่ว่านโยบายของรัฐจะอุนญาตให้มีการพนันถูกกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ประเด็นสำคัญที่จะต้องพิจารณาก็คือ ควรจะดำเนินนโยบายอย่างไรต่อธุรกิจการพนัน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและสังคมสูงสุด และมีต้นทุนทางสังคมต่ำสุด โดยประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วย