ส่องบัญชีทรัพย์สิน "วัดบ้านไร่" และการจัดการตามปฏิปทาหลวงพ่อคูณ

  • วันที่ 19 พ.ค. 2558 เวลา 17:55 น.

ส่องบัญชีทรัพย์สิน "วัดบ้านไร่" และการจัดการตามปฏิปทาหลวงพ่อคูณ

โดย...โพสต์ทูเดย์ออนไลน์

หลังการมรณภาพของ พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทางพระราชวิมลโมลี เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ทั้งหมด โดยมีนายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นประธาน เพื่อความโปร่งใสและป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณที่อาจเกิดขึ้นตามมาภายหลัง

สำหรับทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ ธวัช เรืองหร่าย อดีตไวยาวจกรวัดบ้านไร่ และลูกศิษย์ใกล้ชิด เปิดเผยว่า ปัจจุบันวัดบ้านไร่มีบัญชีเงินฝากธนาคารอยู่ 3 บัญชีหลัก ประกอบด้วย

บัญชีส่วนตัวของหลวงพ่อคูณ เป็นเงินที่มาจากการทำบุญในตู้บริจาคภายในวัดทั้งหมด โดยหลวงพ่อคูณเป็นผู้ลงนามเบิกจ่ายได้เพียงคนเดียว เงินส่วนนี้จะถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือนทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล และอื่นๆ ขณะนี้ทราบว่ามีเหลืออยู่ 3 แสนบาท

บัญชี 90 เป็นเงินที่มาจากการสร้างวัตถุมงคลให้เช่า ซึ่งเปิดบัญชีมาได้เพียง 3 ปี มีเงินอยู่ 17 ล้านบาท โดยผู้มีอำนาจเบิกจ่ายมี 3 คนคือ พล.ต.ต.มหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ ประธานกรรมการวัดบ้านไร่ นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ หรือ ไก่โต้ง เลขานุการคณะกรรมการวัดบ้านไร่ และนายธวัช เหรืองหร่าย เงินส่วนนี้หลวงพ่อคูณตั้งใจจะทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้ครบ 100 ล้านบาท

บัญชีพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ เงินส่วนนี้มาจากรายได้ที่บริจาคภายในพิพิธภัณฑ์ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย มีเงินอยู่ 7 ล้านบาทโดยผู้มีอำนาจเบิกจ่ายคือ นายธวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ กำนันต.กุดพิมาน นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ และนายธวัช เหรืองหร่าย

นอกจากนี้ยังมี บัญชีเงินฝากธนาคารของมูลนิธิหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่้งทางจังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ดูแล และนางปทุม กุลกำจรเป็นเหรัญญิก ปัจจุบันมีอยู่ 47 ล้านบาท เงินส่วนนี้จะนำไปใช้เพื่อสาธารณกุศล มอบทุนการศึกษา อาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน เด็กยากจนเป็นประจำทุกปี

สุดท้าย บัญชีเงินฝากธนาคารชื่อมูลนิธิหลวงพ่อคูณ เงินนี้มาจากการบริจาคภายในวิหารพระเทพวิทยาคม โดยมีผู้อำนาจเบิกจ่ายคือ นายเกรียงไกร จารุทวี ผู้บริหารจัดการวิหารพระเทพวิทยาคมเพียงคนเดียว แต่ไม่ทราบว่าปัจจุบันมีจำนวนเงินว่ามีอยู่เท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม แนวทางการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดบ้านไร่ตามปฏิปทาของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งท่านเคยให้สัมภาษณ์ไว้อย่างน่าคิดผ่าน "รายงานแปซิฟิค ตอน หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่" ออกอากาศเมื่อ 9 เมษายน 2537 ดังนี้

"เงินที่ชาวบ้านบริจาคมาก็ไม่ได้มากได้มาย คนละ 10 บาท 20 บาท หลายคนรวมกันมันก็มาก ก็เอาไปสร้างสาธารณประโยชน์ส่วนรวม สร้างโรงเรียน สร้างโรงพยาบาล ให้สาธุชนคนทั้งหลายได้เห็นว่า เงินที่เขาให้มาก็เอาไปทำประโยชน์ต่อสาธารณะส่วนรวม ชาวโลกเขาเห็น เราไม่ได้เห็นแก่ตัว ไม่ได้เอาเงินมาซื้อรถนั่ง อะไรๆก็ไม่เอาดอก ก็นึกเสียว่าเราเกิดมาสร้างบารมี มันต้องทำอย่าหยุดอย่ายั้ง อย่าพัก

เงินทองเป็นของหายาก ญาติโยมเขาเอามาบริจาค ก็ทำให้มันเห็นแก่หูโลกตาโลกกระจ่างแจ่มใส อย่าไปหมักหมม เอาไว้ไม่ได้หรอก ทำให้ขาวสะอาด ใครๆเขาเห็นว่าเราทำจริง เอาจริง ใครเขาก็อยากสร้างด้วยทำด้วย ที่้เขาไม่อยากสร้างด้วยทำด้วย ก็เพราะเอาไปแล้วหายเลย ผลงานมันไม่ปรากฎขึ้นมา คนเขาก็ไม่อยากสร้างด้วยทำด้วย" 

สมเกียรติ อ่อนวิมล ผู้สัมภาษณ์ ถามว่า "ปีๆหนึ่งได้รับเงินจากการทำบุญกี่ล้านบาท" หลวงพ่อคูณตอบว่า "ปี 37 นี่ก็ตั้งใจว่าจะก่อสร้างเกือบ 200 ล้าน ปี 36 ก็ยังไม่มีการทำงบประมาณ แต่เขาสร้างวัด สร้างโบสถ์ สร้างเมรุ สร้างศาลาแล้วมาขอเงินบริจาค กูก็ขอให้มากไม่ได้หรอก ก็บริจาคไปแห่งละหมื่นๆๆ มีคนทำบัญชี ลงวันที่ วัน เดือน ปี ใครก็เขียนได้ เจ้าหน้าที่วัด"

ถามว่าหลวงพ่อดูแลเข้มงวดไหม เผื่อจะไม่รั่วไหล?

"ทำอะไรทุกอย่าง ไอ้เรื่องที่จะไม่รั่วไม่ไหลไม่มีหรอก มันก็ติดมีดไปบ้าง ติดเขียงไปบ้าง กระเด็นไปที่อื่นบ้างก็เป็นธรรมดา เหมือนตักน้ำในขวดใส่ตุ่มจะไม่ให้หกเลยเป็นไปไม่ได้ มันเป็นหลักธรรมดา ก็ไม่ถือไม่ว่าอะไรกัน (ได้ปีนึงนี้ได้เท่าไหร่ ปีที่แล้วล่ะ) ปีนี้ปีที่แล้วมันจักได้เท่าไหร่ กูก็ไม่ได้สนใจหรอกเรื่องเงินเรื่องทอง ได้สร้างได้บริจาคกูก็พอใจ ภูมิใจแล้ว (มีคนเอาชื่อหลวงพ่อไปติดป้ายเยอะแยะไปหมด รู้สึกยังไง ในกรุงเทพยังมี) มีก็ช่างเขาเถอะ ไม่เป็นไร ( บางคนทำพระปลอม?) ปลอมก็ช่างเขาเถอะ เขาก็ได้อาชีพไป แผ่เมตตาให้แก่เพื่อนมนุษย์ เกิด แก่ เจ็บ ตายร่วมโลกกัน อย่าไปอิจฉาตาร้อนซึ่งกันและกัน ให้เขามั่งเขามีไป ให้เขาเจริญๆไปเถอะ อย่าไปแช่งอย่าไปว่าเขา

เงินทำบุญที่หลั่งไหลเข้ามามากถึงปีละ 200 ล้านบาทนั้น หลวงพ่อคูณย้ำอย่างหนักแน่นภาคภูมิว่า ท่านได้จัดสรรทำบุญ ทาน การกุศลต่อออกไปนอกวัด สร้างวัดอื่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ช่วยผู้เจ็บป่วยทุกข์ยาก ช่วยเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา พัฒนาท้องถิ่นชุมชน

หลวงพ่อคูณฝากธนาคารทั้งหมดไว้ที่ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารทหารไทยที่อ.ด่านขุนทด อ.บำเหน็จณรงค์ และอ.สีคิ้ว พร้อมกำชับผู้จัดการสาขาธนาคารต่างๆว่า ให้เปิดเผยข้อมูลในบัญชีต่อทุกคนที่สงสัยอยากรู้ ไม่ว่าจะเป็นผู้สื่อข่าว หรือคนทั่วไป ซึ่งตัวหลวงพ่อคูณและกรรมการวัดจะดูบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าหากจะมีที่รั่วไหล หลวงพ่อก็ถือเป็นบุญทานไป

ชมคลิปตอนที่1  https://youtu.be/wKmVy2m4VIY

 

คลิปตอนที่ 2 https://youtu.be/6lBxbkyfbNg

 

ข่าวอื่นๆ