"ยุทธพงศ์"แฉเสี่ยอ๊อดคนสนิทรมต.เอี่ยวโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี

วันที่ 18 พ.ค. 2565 เวลา 19:29 น.
"ยุทธพงศ์"แฉเสี่ยอ๊อดคนสนิทรมต.เอี่ยวโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี
"ยุทธพงศ์"ลั่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมีคนติดคุกปมท่อส่งน้ำอีอีซีแน่ โยนชื่อ“เสี่ยอ๊อด”คนสนิทรมช.สันติเข้าเอี่ยวพร้อมเตรียมยื่นลุงตู่ล่มประมูล

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี และ น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย ร่วมกันแถลงกรณีความไม่โปร่งใสในการประมูลท่อส่งน้ำสายหลักใน EEC มูลค่า 25,000 ล้านบาท

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ท่องส่งน้ำสายหลักจะมีอยู่ด้วยกัน 3 เส้น 1.โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย 2.โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ และ 3.ท่อส่งน้ำจากหนองค้อถึงแหลมฉบังระยะที่ 2 โดยเส้นนี้สำคัญที่สุดเพราะเป็นที่ตั้งของท่าเรือ และโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ รวมทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น และะใช้น้ำมากที่สุด เรื่องนี้กรมธนารักษ์จะเซ็นต์สัญญากับบริษัทวงษ์สยาม แต่ตนและคณะได้ยื่นหนังสือคัดค้านต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ในฐานะประธานอีอีซี เพราะเป็นการปล้นชาติ ปล้นแผ่นดิน ซึ่งวันนี้ตนก็ยังยืนยันว่าเป็นอย่างนั้น และพรรคพท.มีหลักฐานเป็นเล่มๆที่จะนำมาแฉ และพร้อมล้มรัฐบาลด้วยเรื่องนี้

ทั้งนี้ หลังจากนายกฯสั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้มีการตั้งนายวิจักษณ์ อภิรักษ์นันท์ชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยจะสรุปผลการตรวจสอบในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ซึ่งจะฟอกขาวให้ว่าไม่มีใครผิด ตนและพรรคเพื่อไทยบอกเลยว่า คุณจะสรุปว่าไม่ผิดรับรองติดคุกแน่ และวันที่ 19 พฤษภาคมนี้ ตนจะยื่นเอกสารหลักฐานที่มีให้ พล.อ.ประยุทธ์ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะประธานที่ราชพัสดุโดยตำแหน่ง

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า ถ้าทั้ง 2 ท่านไม่ดำเนินการอะไรจะผิดมาตรา 157 ซึ่งตนจะอภิปรายท่านแน่ โดยตัวอย่างแรก คือ กรมธนารักษ์แจงว่า การที่ไม่ทำอีบิดดิ้งเพราะไปจ้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ศึกษาฯ ใช้งบกว่า 6.5 ล้านบาท ผู้ว่าจ้างคือ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ ขณะนั้น ซึ่งตามสัญญาระบุว่าห้ามจ้างช่วงต่อ แตน่ ปรากฎว่า หนังสือรายงานทั้งหมดของโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีนี้ มหาวิมหาวิทยาลัยเกษตรฯไม่ได้ทำเองแต่ไปจ้างให้มูลนิธิสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลังเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ ระเบียบกระทรวงการคลังสำหรับที่ราชพัสดุว่าด้วยการคัดเลือกเอกชน เพื่อจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุที่มีราคาเกินกว่า 500 ล้านบาท ระบุให้ใช้วิธีประมูล ถ้าใช้วิธีการประมูลแล้วไม่ได้ ถึงจะมาใช้วิธีการคัดเลือก แต่เงื่อนไขคือจะต้องมีบริษัทเข้ามาเสนออย่างน้อย 3 ราย

“การอภิปรายครั้งนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมมาก พล.อ.ประยุทธ์ นายอาคม และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง อย่าหนีไปไหนก็แล้วกัน ผมจะแฉให้ดู เพราะคุณละเว้น ไม่เคยทำอะไรเลย"นายยุทธพงศ์ กล่าว

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า การประมูลเที่ยวนี้มีพิรุธ ประมูลครั้งแรกเมื่อ 26 สิงหาคม 64 บริษัทอีสท์วอเตอร์ชนะการประมูลไปแล้ว จากนั้นมีการทำหนังสือขอยกเลิกการประกวดราคาครั้งที่ 1 บริษัทอีสท์วอเตอร์ฯ จึงฟ้องศาลปกครองซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาคดี นายยุทธนาฐานะประธานคัดเลือกต้องรับผิดชอบที่ไปยกเลิกการประมูล เพราะคณะกรรมการคัดเลือกมีเพียงนายยุทธนาคนเดียวที่ไม่เห็นด้วย และสั่งคว่ำการประมูล เมื่อไปแจงกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการไม่เห็นด้วยและลาออกซึ่งไม่จริง ขอท้าให้เอาหลักฐานมาโชว์ และในการประมูลครั้งที่ 2 ยื่นซองวันที่ 29 กันยายน 64 ก่อนที่นายยุทธนาจะเกษียณราชการวันที่ 30 กันยายน 64 มีการเปลี่ยนกรรมการใหม่ยกชุด มีเพียงนายยุทธนายังเป็นประธานอยู่ และให้ บริษัทวงษ์สยามชนะ นี่เป็นข้อพิรุธ นอกจากนี้ มีตัวละครชื่อเสี่ยอ๊อดซึ่งนายสันติรู้จักดีมาขู่คณะกรรมการว่า บริษัทวงษ์สยามเท่านั้นที่ต้องชนะ

“ดังนั้นผมเตรียมจะแฉในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเสี่ยอ๊อดเป็นใคร งานนี้ต้องเอาติดคุกติดตะรางแน่ พรรคเพื่อไทยประกาศพร้อมล้มรัฐบาล เอกสารหลักฐานมีหมด เรื่องนี้ได้เสียแน่ ไล่ตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ นายอาคม และนายสันติ อภิปรายไม่วางใจเที่ยวนี้คุณโดนแน่ มั่นใจว่าข้อมูที่มีล้มพวกคุณได้แน่นอน” นายยุทธพงศ์ กล่าว