รัฐบาลยันการเงินไทยแข็งแกร่ง ทุนสำรองสูงเป็นอันดับ12โลก

วันที่ 06 ธ.ค. 2564 เวลา 08:23 น.
รัฐบาลยันการเงินไทยแข็งแกร่ง ทุนสำรองสูงเป็นอันดับ12โลก
โฆษกรัฐบาลเผยฐานะการเงินไทยแข็งแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศรวม อยู่ที่ 2.46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐหรือ 8.17 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 12 ของโลก "นายกฯ"เร่งเสริมเม็ดเงินเข้าระบบผ่านโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมใหม่

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยฐานะของการเงินของประเทศไทยยังคงแข็งแกร่ง โดย ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผย ณ เดือนตุลาคม 2564 ทุนสำรองระหว่างประเทศรวม (gross reserves) ของไทย อยู่ที่ 2.46 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินบาทที่ 8.17 ล้านล้านบาท สูงเป็นอันดับที่ 12 ของโลกและถือว่าอยู่ในระดับมั่นคง โดยคิดเป็นประมาณ 3 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น 

ทั้งนี้ ยังคงประมาณการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้ จะขยายตัวร้อยละ 1.2 ตามคาดการณ์ และจะขยายตัวร้อยละ 3.5 – 4.5 ไทยปี 2565 ภายใต้สถานการณ์โควิด 19 ยังคงอยู่และปรับตัวดีขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศ มีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ เป็นกันชนให้ระบบเศรษฐกิจไทยในการรองรับความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน จนส่งผลกระทบต่อการนำเข้าส่งออกและราคาสินค้าซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่แท้จริงของประเทศได้ รวมทั้งยังเป็นเครื่องชี้สำคัญที่ต่างชาติใช้ประเมินความมั่นคงและเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินของประเทศด้วย

"พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ดำเนินนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการป้องกันและครบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โดยเน้นการเปิดประเทศแบบปลอดภัย ฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐผ่านเม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท จากส่วนราชการประมาณ 6 แสนล้านบาท รัฐวิสาหกิจอีก 3 แสนล้านบาท"

"สำหรับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเม็ดเงินที่เหลือจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ อีกราว 3 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในภาคของการจ้างงาน ฟื้นฟูธุรกิจ/กิจการต่าง ๆ รวมทั้งการพิจารณาให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ทั้ง Cloud Service เทคโนโลยีและสตาร์ทอัพ และการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย อีกด้วย"นายธนกร กล่าว