posttoday
"แรมโบ้"อัดกลับ"พิชัย"คนผมบางใจน้อยชอบเรียกร้องความสนใจ

"แรมโบ้"อัดกลับ"พิชัย"คนผมบางใจน้อยชอบเรียกร้องความสนใจ

21 กันยายน 2564

นครราชสีมา-"เสกสกล"ระบุไม่ถือสา"พิชัย"เป็นธรรมชาติคนผมน้อยเลยขี้ใจน้อยมักเรียกร้องความสนใจออกมาโจมตีรัฐบาล เหตุกลัวรัฐบาลทำงานสำเร็จพรรคเพื่อไทยถูกดองเค็มเป็นฝ่ายค้านฝ่ายแค้นชั่วกัปชั่วกัลป์

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ ออกมาทักท้วงรัฐบาล ถึงปัญหาหนี้สาธารณะ ที่อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ทำให้รัฐบาลมีปัญหาในการชำระหนี้ และไม่เชื่อว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ตนไม่อยากถือสาคนคิดลบผมบาง เป็นธรรมชาติคนขี้ใจน้อย และอยากเรียกร้องความสนใจ

นายเสกสกล กล่าวว่า บ้านเมืองมีแต่ความขัดแย้ง เดินหน้าไม่ได้มากว่า 10 ปี เพราะนายโทนี่-ทักษิณ และรัฐบาลพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทย ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนกี่ชื่อแต่นิสัยไม่เคยเปลี่ยน ตนอยากจะถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช่หรือไม่ที่ยุติความขัดแย้ง แล้วพลิกฟื้นประเทศจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำเตี้ย ให้โตเพิ่มขึ้น 4% ต่อ GDP และแม้จะเจอสงครามการค้าช่วงปี 2562 แต่ก็ยังหารายได้เพิ่มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกือบ 40 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดึงเงินเข้าประเทศกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เสียดายที่ปี 63-64 เกิดวิกฤตโควิดทั่วโลก ทำให้ต้องปรับแผนกันใหม่หมด

ทั้งนี้ ถ้าจะกล่าวหาว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ฯ ชอบกู้ ชอบสร้างหนี้สาธารณะ แสดงว่า นายพิชัยฯ เจตนาบิดเบือนตาใส ใครๆ ก็รู้ว่ายามไม่ปกติแบบนี้ ทั่วโลกก็ต้องกู้เพื่อนำเงินมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และพยุงเศรษฐกิจของประเทศทั้งนั้น โดยเฉลี่ยกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว มีการกู้เงินทำให้มีสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ร้อยละ 19 ต่อ GDP ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเพียง 14% ต่อ GDP แต่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไปแล้ว 2 รอบ รอบแรก 41 ล้านราย และรอบสอง 40.37 ล้านราย ครอบคลุมกลุ่มผู้มีรายได้น้อย อาชีพอิสระ เกษตรกร กลุ่มเปราะบาง แรงงานประกันสังคม ผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน ที่สำคัญหนี้สาธารณะของไทย เป็นหนี้ในประเทศ 98.2% ของหนี้สาธารณะทั้งหมด เม็ดเงินก็ยังหมุนเวียนในประเทศ

นายเสกสกล กล่าวว่า ก่อนหน้าที่จะมีโควิด แม้รัฐบาลพพล.อ.ประยุทธ์ จะมีการกู้เงิน แต่ก็เป็นการกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือลงทุนเพื่ออนาคต ยกระดับคุณภาพชีวิต ให้เกิดการกระจายรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ประชาชนทุกคน ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ลงทุนไปแล้วมากกว่า 2 ล้านล้านบาท ทั้งเขื่อน ทางหลวง มอเตอร์เวย์ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้า รถไฟทางคู่-ทางสาม ท่าเรือน้ำลึก สนามบิน อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน  EEC และ SEZ เป็นต้น เคยมีรัฐบาลไหนที่ทำมากมายเท่ารัฐบาลนี้อีกหรือไม่ หากไม่หูหนวกตาบอด ก็คงได้เห็น ได้ยิน ได้ใช้ประโยชน์กันบ้างแล้ว ดีกว่าจำนำข้าวทุกเม็ดที่สร้างแต่หนี้บาป ชดใช้กันเป็น 10 ปี

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะแถต่อว่า รัฐบาลสร้างหนี้จนชนเพดาน นายพิชัยฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย คงมีความรู้บ้างว่า ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ในระดับเกินกว่า 100% เช่น สหรัฐ อิตาลี สิงคโปร์ ส่วนญี่ปุ่นนั้นเกิน 200% ต่อ GDP มานานแล้ว แต่ประเทศไทย ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายวินัยการเงินการคลัง ที่ไม่เกิน 60% ของ GDP อย่างไรก็ตาม คิดง่ายๆ ใครจะกู้เงินก็มี 2 เหตุผลหลักๆ อย่างแรกคือลงทุน อีกอย่างคือเจ็บไข้ได้ป่วย-เกิดอุบัติเหตุ ประเทศชาติก็เหมือนกัน ช่วงปี 57-62 เป็นการลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้ เกิดกำไรที่มากขึ้น แต่ช่วงปี 63-64 ก็ต้องกู้เพิ่มเพราะวิกฤตโควิด ซึ่งเป็นมาตรการ "ชั่วคราว" เมื่อจบวิกฤตก็กลับมาเหมือนเดิม แต่ถ้าต้องการมีรายได้-กำไรเพิ่มขึ้นอีก ก็ต้องกู้ ก็ต้องมีแผนการลงทุนอีก เหมือนมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว มีโครงการขนาดใหญ่อย่าง EEC มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ตอบสนองโลกอนาคต เป็นโอกาสงานของเยาวชนของเรา ที่กำลังเติบโตขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า แต่รัฐบาลเตรียมพร้อมให้ตั้งแต่วันนี้

"การที่นายพิชัยจะเป็นตัวถ่วง จะเป็นจระเข้ขวางความเจริญของบ้านเมือง ของประชาชน ของเยาวชน ด้วยความด้อยปัญญานั้น คงไม่มีใครถือสา แต่ถ้าทำด้วยความอิจฉา ไม่อยากให้รัฐบาลสร้างบ้านแปงเมืองได้สำเร็จ เพราะกลัวพรรคเพื่อไทยจะตกกระป๋อง โดยเอาประชาชนเป็นตัวประกัน มันเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ ใครที่รู้ทันเขาก็จะสาปแช่งเอา” นายเสกสกล กล่าว

ข่าวล่าสุด

โปรดเกล้าฯ โผทหาร 805นาย “พล.อ.ศรัณย์” ปลัดกลาโหม “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร.

โปรดเกล้าฯ โผทหาร 805นาย “พล.อ.ศรัณย์” ปลัดกลาโหม “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร.