"คำสาปของอำนาจ เมื่อผลประโยชน์ล้นเกิน" วิเคราะห์รอยร้าว 3ป.

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 12:47 น.
"คำสาปของอำนาจ เมื่อผลประโยชน์ล้นเกิน" วิเคราะห์รอยร้าว 3ป.
ณัฐวุฒิ วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองบนความขัดแย้งลึกของ 3ป.-มองนี่คือคำสาปของอำนาจ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ และแกนนำ นปช. โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองท่ามกลางกระแสข่าวความขัดแย้งของ 3ป. ดังนี้

หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ การสั่งปลด ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี ถือเป็นการตอบโต้อย่างหนักหน่วงฉับพลันทันทีโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ข้อหาที่ทั้งสองคนโดนในทางการเมืองเรียกว่า “ข้อหาพยายามฆ่า” หมายถึงการเดินเกมลึกลับซ้อนซ้อนบนดินใต้ดิน จะพลิกมติเป็นไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

คอการเมืองเชื่อกันว่า แม้ ร.อ.ธรรมนัสจะกล้ามใหญ่ขึ้นทุกวัน แต่ทำอย่างนี้ไม่ได้ถ้าหากไม่มีแบคอัพเป็นกำลังสำคัญระดับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ดังนั้น งานนี้จึงมีภาพความปริร้าวในกลุ่ม 3ป มีปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคพลังประชารัฐและอำนาจในรัฐบาล

ที่จริงจะไปมองว่าฝ่ายพล.อ.ประวิตร, ร.อ.ธรรมนัสและพวกลงมือก่อน ก่อเหตุพยายามฆ่าทางการเมืองขึ้นก่อนก็ไม่ถูกนัก เพราะก่อนหน้านี้มีกระแส ข่าวบิ๊กในรัฐบาลมอบหมายปลัดกระทรวงใหญ่ชื่อย่อ “ฉ” เดินสายตั้งพรรคการเมือง ธรรมดาของ “ฉ” ตีดัง การเดินสายตั้งพรรค คนเขารู้กันทั้งประเทศ

ในวินาทีที่พล.อ.ประวิตรกุมบังเหียนพรรคพลังประชารัฐ เป็นฐาน เป็นนั่งร้าน ให้พล.อ.ประยุทธ์บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี กลับมีข่าวน้อง 2ป มอบหมายปลัด “ฉ” ไปตั้งพรรคใหม่ขึ้นมาแบบนี้ นี่คือข้อหาพยายามเขี่ยพี่ใหญ่ใช่หรือไม่?

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่คุกรุ่นภายในอยู่นานจนเห็นควันจากปล่อยภูเขาไฟ

เมื่อมีการพยายามเขี่ย ก็ต้องมีการพยายามฆ่า

เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป หลายคนฟันธงว่าอำนาจรัฐนี้คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน พอพล.อ.ประยุทธ์กระชับอำนาจรัฐบาล พล.อ.ประวิตรก็กระชับอำนาจพรรคพลังประชารัฐทันทีเหมือนกัน

ข่าววงในว่ากันว่า ตำแหน่งประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ แท้จริงแล้วพล.อ.ประยุทธ์คิดอ่านจะเข้ามานั่งเพื่อกระชับสัมพันธ์กับส.ส.ในพรรคด้วยซ้ำไป แต่พล.อ.ประวิตรใช้อำนาจหัวหน้าพรรคประกาศแต่งตั้ง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ขึ้นมานั่งทันที คำสั่งนี้ปรากฏทางสื่อมวลชนในช่วงกลางคืน อะไรมันจะด่วนขนานนั้น นี่เรียกว่าเป็นเกมทันกันของทั้งสองฝ่าย

เมื่อล้วงมือเข้ามาในพรรคไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็แก้เกมโดยการเดินสายพบปะประชาชน ลงพื้นที่ถี่ยิบอย่างกับเลือกตั้ง อาจมองได้ว่าการลงพื้นที่ที่จะทำให้สัมพันธภาพระหว่างนายกรัฐมนตรีกับส.ส.ในพรรคใกล้ชิดแนบแน่นมากขึ้น แต่ในสายตาผมเห็นว่า นี่จะยิ่งตอกย้ำความแปลกแยกแตกต่าง และอาจจะขยายความขัดแย้งภายในพรรคประชารัฐมากกว่า

เพราะถ้าดูพื้นที่ที่พล.อ.ประยุทธ์เลือกลงพบปะประชาชน ชลบุรี ชัยนาท สุโขทัย ล้วนแล้วแต่เป็นจังหวัดที่ยืนข้างพล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาตั้งแต่ต้น ไม่มีพื้นที่ของส.ส.ในซีกพล.อ.ประวิตร หรือ ร.อ.ธรรมนัส ถ้าเดินต่อไปแบบนี้ ลองเดาดูซิครับว่าหัวใจหรือความรู้สึกของคนเป็นพี่ใหญ่หรือส.ส.ลูกทีมจะเป็นยังไง?

แม้นายทหาร 3ป จะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวผูกพันกันกว่าค่อนชีวิต แต่ในทางการเมืองผมเชื่อว่าถ้ามีการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคพลังประชารัฐในมือพล.อ.ประวิตรจะไม่มีแคนดิเดตชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

พรรคการเมืองที่ปลัด “ฉ” เดินตั้ง น่าจะมีหัวหน้าพรรคชื่อ “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ส่วนจะมีแคนดิเดตนายกฯ ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” หรือไม่? เป็นเรื่องที่น่าติดตามกันต่อไป

สถานการณ์ความขัดแย้งแบบนี้อาจมองได้ว่าการยุบสภาหรือเปลี่ยนแปลงทางการเมืองคงเกิดขึ้นในระยะใกล้ แต่สายตาผมไม่เห็นแบบนั้น เพราะแม้จะมีความขัดแย้งกัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ว่าจะซีกพล.อ.ประวิตร หรือซีกพล.อ.ประยุทธ์ กับพล.อ.อนุพงษ์ รู้สึกตรงกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่พร้อมที่จะสละอำนาจเพื่อเข้าสู่การเลือกตั้ง จะตีศอกโยนเข่ากันยังไง ทั้งสองฝ่ายยังเห็นว่าถืออำนาจไว้ก่อนยังไงก็ดีกว่า

แต่ในโลกของความเป็นจริง เมื่อความขัดแย้งทางอำนาจมันเกิดขึ้นในจุดศูนย์กลางของอำนาจ การจะรักษาและประคับประคองต่อไปเรื่อย ๆ เป็นเรื่องยาก โคตรยาก! ดังนั้นเจตนาของทั้งสองฝ่ายที่จะหักให้พังกันไปข้างหนึ่ง ไม่มี! แต่สภาพนี้อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาครับ

พล.อ.ประวิตรประกาศห้ามหัวหน้าก๊วนหัวหน้ากลุ่มทั้งหลายดูแลส.ส. งานนี้เปิดท่อเพียงลำพังแต่ผู้เดียว ช่วงเลือกตั้งรับรองจะใจป้ำเหมือนเดิม 100%

ทางฝ่ายพล.อ.ประยุทธ์ ได้ข่าวว่ามีการระดมกล้วยมหาศาล การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การลงมติที่ผ่านมาถึงขนาดส.ส.หลายคนเรอออกมาเป็นกล้วย ปรารภกับเพื่อนส.ส.ด้วยกันว่า “ทั้งชีวิตตั้งแต่อยู่ในสภาไม่เคยยกมือไว้วางใจแล้วได้กล้วยมากมายขนาดนี้”

การเมืองจากนี้ไปจึงเป็นเรื่องกล้วย ๆ ไม่ใช่ง่ายนะครับ แต่เยอะ

มองไปยาว ๆ ผมว่าสายพล.อ.ประวิตรเอาพรรคพลังประรัฐอยู่ แต่ไม่รู้พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.อนุพงษ์จะสร้างพรรคใหม่และครองใจส.ส.ได้หรือไม่ เพราะธรรมชาติของสองคนนี้ โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์มีความยโสลำพองในตัวเอง มองนักการเมืองจากการเลือกตั้งของประชาชนด้วยสายตาเหยียดต่ำตลอดมา

เกือบ 8 ปีในการเข้ามาสู่อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยให้ความใกล้ชิดสนิทสนมหรือสัมผัสลึกซึ้งใจแลกใจกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาก่อนเลย อยู่ ๆ จะมาพลิกเปลี่ยนกลับกลายชั่วข้ามคืน ผมว่าไม่ง่าย! ไอ้ที่ลงพื้นที่ถี่ ๆ นานไปก็จะเห็นว่าปลอม ควักหัวใจส.ส.ที่ห้อมล้อมอยู่ออกมาดูก็จะรู้ว่าไม่ใช่เพราะประยุทธ์ แต่เพราะประโยชน์ที่อำนาจของประยุทธ์จะมอบให้

ผมไม่ได้ยุให้ทั้งสองฝ่ายทะเลาะกันนะครับ แต่ผมเห็นอย่างนั้นจริง ๆ

เส้นทางชีวิต เส้นทางอำนาจของพล.อ.ประวิตร ต่างกับพล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ อย่างมีนัยสำคัญ แม้ทั้งสามคนจะเข้าสู่ตำแหน่งผบ.ทบ.ได้เหมือนกัน แต่เส้นทางของพล.อ.อนุพงษ์กับพล.อ.ประยุทธ์คือการเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดในกองทัพด้วยบทละครของอำนาจนอกระบบที่ขีดไว้

หลังการเกษียณอายุราชการของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน คนเข้าใจการเมืองเขียนชื่อผบ.ทบ.ล่วงหน้าไว้ได้ 2 คน คือ “อนุพงษ์ เผ่าจินดา” กับ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา”

แต่สำหรับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เส้นทางของเขายากยิ่งกว่านั้น คน ๆ นี้เดินเข้าสู่ตำแหน่งผบ.ทบ.ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย นายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จุดนี้ชี้ให้เห็นว่า พล.อ.ประวิตรมีวิชาในการอยู่กับการเมือง, ในการร่วมงานกับพรรคการเมือง, ในการเข้าสู่กลไกอำนาจของฝ่ายการเมือง โดยที่อีกสองคนแทนไม่มีเลย

ดูแล้วเกมนี้เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ พล.อ.ประวิตร จะเป็นรองน้องสองคนก็แค่เดินช้ากว่าเท่านั้นแหละครับ แต่ผมว่าการเดินเกมทางการเมืองไม่ได้ช้ากว่า ดูการขยับหมากในพรรคพลังประชารัฐ ทั้งตั้งประธานกรรมการยุทธศาสตร์และตั้งคณะทำงานฝ่ายกฎหมายก็แล้วกัน

ใครจะไปนึกว่าวันหนึ่งนายทหาร 3ป จะเดินมาถึงจุดนี้ แต่นี่คือคำสาปของอำนาจ เมื่อคนกลุ่มหนึ่งถืออำนาจยาวนาน วาสนา บารมี ผลประโยชน์ล้นเกิน ความขัดแย้งภายในก็ย่อมเปราะบางและเกิดขึ้นง่าย

ถ้าถามผมว่าจะเชียร์ใคร? ไม่ทั้งคู่แหละครับ ผมจะรอดูว่าจะจบลงแบบไหน แล้วฝายประชาธิปไตยจะสู้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า เอาว่าตั้งใจหักกันจนพังไปข้างถึงขั้นยุบสภาเร็ว ๆ ผมว่าไม่มี!

แต่ถ้าจะจบเร็ว ก็ด้วยอุบัติเหตุทางการเมืองจากความขัดแย้งแบบนี้แหละครับ และไม่ต้องห่วงนะครับว่าผมพูดแบบนี้แล้วฝ่ายโน้นเขาจะคิดได้ หันมาปรับความเข้าใจจูบปากกัน พวกนั้นเขาคิดได้เยอะกว่าผมอีกเพราะเขาอยู่ในเหตุการณ์ เรื่องราวมันเลยจุดนั้นมาแล้วครับ

<iframe src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FNattawut.UDD%2Fposts%2F406898397458430&show_text=true&width=500" width="500" height="750" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share"></iframe>