"ธนาธร"ปลุกล้มระบอบประยุทธ์สู่การปฏิรูป5ด้าน

วันที่ 19 ก.ย. 2564 เวลา 19:19 น.
"ธนาธร"ปลุกล้มระบอบประยุทธ์สู่การปฏิรูป5ด้าน
"ธนาธร" เชื่อชัยชนะอยู่ไม่ไกล ปลุกประชาชนล้มระบอบประยุทธ์ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปใน 5 ด้าน

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 64 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้โพสต์ข้อความผ่าน เพจเฟซบุ๊ก Thanathorn Juangroongruangkit - ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.69 โดยมีข้อความดังนี้

15 ปีรัฐประหาร 19 กันยาฯ ประชาชนยังสู้ และเราจะชนะ

วันนี้เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ผมจำได้ดีว่าตอนนั้นผมกำลังเจรจาธุรกิจอยู่กับบริษัทคู่ค้าในเซาท์แอฟริกา มีสายโทรศัพท์จากประเทศไทยโทรเข้ามาหลายสาย บอกว่าเกิดการทำรัฐประหารขึ้นแล้วในประเทศไทย มีเพื่อนฝูงหลายคนออกมาต่อต้าน พลังหลักปักหลักกันอยู่ที่สนามหลวง

เมื่อผมกลับถึงไทยในสัปดาห์ต่อมา ก็ได้ไปร่วมต่อต้านการทำรัฐประหารกับกลุ่ม ‘19 กันยา’ ตามแต่เวลาและโอกาสจะอำนวย

หลังจากนั้นผมก็พยายามมีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อผลักดันวาระประชาธิปไตยอย่างแข็งขันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการร่วมรณรงค์ไม่รับรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 50 และ 60 ในกระบวนการประชามติ, การแสดงจุดยืนทางการเมืองไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อเปิดทางในเกิดการทำรัฐประหาร, การแสดงพลังในฐานะพลเมือง เข้าร่วมการเสวนาและการชุมนุมต่างๆ ของฝ่ายประชาธิปไตย (และได้รู้จักปิยบุตรครั้งแรกก็จากการเข้าฟังเสวนาของคณะนิติราษฎร์), แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการบอยคอตการเลือกตั้งและการปิดคูหาการเลือกตั้ง

และนำมาสู่การรวมกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์คล้ายกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ขึ้น

ผ่านไป 15 ปี ประเทศไทยยังวนเวียนอยู่ในวงจรของการที่สถาบันที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ไม่ยึดโยงกับประชาชน พยายามกุมอำนาจสูงสุดเหนือประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ ทำลายกลไกที่เป็นปากเสียงให้แก่ประชาชน ทำลายความชอบธรรมของระบอบรัฐสภา ทำให้พรรคการเมืองและสภาผู้แทนราษฎรเป็นเพียงกลไกค้ำยันอำนาจของชนชั้นนำ แทนที่จะทำงานเพื่อรับใช้ประชาชน

15 ปีที่เรายังไม่ชนะ

แต่ภายใต้การลืมตาตื่น การตื่นตัวของประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดของประเทศ ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ผมเชื่อมั่นว่าเราจะไม่แพ้ และชัยชนะอยู่อีกไม่ไกล

เริ่มจากการล้ม “ระบอบประยุทธ์” ที่เป็นปรสิตกัดกินประเทศ

ปฏิรูประบบราชการ ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ จัดสมดุลให้อำนาจอิสระทางการบริหารและจัดงบประมาณแก่ท้องถิ่นมากขึ้น

ปฏิรูปกองทัพ ให้กองทัพเคารพในสิทธิมนุษยชน ปกป้องรักษาประชาธิปไตย และอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม รวมถึงองค์กรอิสระ เพื่อไม่ให้ถูกใช้มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ใช้กฎหมายสองมาตรฐาน

ปฏิรูประบบเศรษฐกิจ ยุติการผูกขาดของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่สร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจมหาศาล กลุ่มทุนเหล่านี้สนับสนุนการทำรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า และเป็นส่วนหนึ่งของระบอบอภิสิทธิ์ชนที่เอื้อประโยชน์กองทัพ ข้าราชการระดับสูง และชนชั้นนำจารีตมาตลอด

ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ให้อยู่เหนือการเมืองและอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ อำนาจและบทบาทของสถาบันกษัตริย์ต้องสอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะทำให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่คู่สังคมประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน

ประชาชนจะไม่แพ้ เราจะสู้จนกว่าจะชนะ จนกว่าอำนาจสูงสุดจะกลับคืนสู่มือของประชาชน