"ประยุทธ์"ตรวจน้ำท่วมชัยนาทยันรับฟังความเห็นส.ส.ไม่แบ่งแยก

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 18:23 น.
"ประยุทธ์"ตรวจน้ำท่วมชัยนาทยันรับฟังความเห็นส.ส.ไม่แบ่งแยก
นายกฯลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วมจ.ชัยนาทยืนยันรับฟังความคิดเห็นจากส.ส.ในพื้นไม่มีการแบ่งแยกกับใครทั้งสิ้น ลั่นเป็นรัฐบาลต้องบริหารทั้งประเทศ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ ตรวจน้ำท่วมว่า วันนี้มาเยี่ยมชาวชัยนาท รัฐบาล นายกฯ และ ครม.ห่วงใยประชาชนชาวชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบร่วมกันวันนี้ก็มารับฟังการชี้แจงจาก สทนช.ที่บริหารภาพรวมของทั้งประเทศ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นต่างๆ จากบรรดา ส.ส.ในพื้นที่ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างไร เพราะทุกคนก็เป็นตัวแทนของประชาชน

ทั้งนี้ ตนไม่มีการแบ่งแยกกับใครทั้งสิ้น เพราะเราเป็นรัฐบาลต้องบริหารทั้งประเทศ ต้องดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ก็จะต้องพิจารณาลำดับความเร่งด่วนการทำงาน ส่วนใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกประการ จะต้องไม่มีการทุจริต ต้องโปร่งใส เป็นธรรม ให้ตรงความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง นี่เป็นนโยบายหลักที่เราแจ้งไปแล้ว เท่าที่รับทราบวันนี้ตนก็มีความพอใจในภาพการบริหารน้ำที่เขาชี้แจงตนทั้งหมด ต้องมีการตัดยอดน้ำออกไปข้างๆ ตะวันตก ตะวันออก ตามลำดับ จนเหลือมวลน้ำมาที่นี่ และวันนี้ทราบว่ามีการระบายน้ำที่นี่ลดลงพอสมควร และได้สั่งเรื่องการกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำ มันเป็นอย่างนี้ทุกปี เพราะแหล่งกำเนิดอยู่บนฝั่ง จากแหล่งน้ำขนาดเล็กไหลรวมสู่แม่น้ำต้องขจัดไปเป็นระยะ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ฝากความห่วงใยไปยังประชาชนทุกคน ไม่มีโอกาสได้พบกันใกล้ชิด เพราะว่าเป็นสถานการณ์โควิด-19 ต้องระมัดระวัง สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือโควิดๆๆ และต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดมาถึงช่วงนี้ นายกฯ มีอาการจาม ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า “ไม่ได้เป็นอะไร ตรวจโรคมาแล้ว แพ้อากาศ อากาศมันชื้น นายกฯ แพ้อากาศบ่อย” ก่อนกล่าวอีกว่า “ก็โอเค มีอะไรจะถามหรือไม่”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการเตรียมพร้อมแผนเผชิญเหตุในการบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าฝนนี้ไว้อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ได้เตรียมการในช่วงหน้าฝน และเตรียมการเผื่อช่วงหน้าแล้งไปด้วย เขาเรียกว่าแผนเผชิญเหตุ ไม่ใช่ว่าไม่ท่วม ระบายน้ำได้ขนาดนี้แล้วนิ่งเฉย ทุกคนมีบทเรียนมาแล้วในการระบายน้ำปี 54 ส่วนในปี 63 ก็อีกเรื่องหนึ่ง ปริมาณฝนพายุเข้ามากเป็นเรื่องธรรมดา การท่วมภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็เช่นกัน ตกวันละ 500 มิลลิเมตร ไหวที่ไหน วันนี้ท่านดูตรงพื้นที่นี้เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงตามพื้นที่ลุ่มต่ำ เราก็ต้องเตรียมพื้นที่สำรองกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ ตามที่สร้างไว้ ได้กำชับให้ไปตรวจตราทำนบดินกั้น แอ่งเก็บน้ำต่างๆ ที่ปริมาณน้ำสูงขึ้นในขณะนี้ ต้องรับน้ำให้ได้ และต้องเตรียมแผนในกรณีที่มีการชำรุดในพื้นที่จำเป็นและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทันหัน จึงให้ประสานกระทรวงกลาโหม เรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทิ้งตระกร้าลงมาเพื่อกั้นน้ำได้ชั่วคราวก่อนซ่อมแซม ส่วนเรื่องการเกษตรก็ได้พูดไปว่าจะปรับอย่างไรให้สอดคล้องความต้องการของตลาดในวันนี้ ไม่น้อยและมากเกินไป ก็เป็นห่วง ดังนั้น ทุกคนต้องปรับตัวเองด้วย รัฐบาลพยายามคิดใหม่ทำใหม่ แต่ทุกคนต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าจะเปลี่ยนแปลง เราถึงจะพลิกโฉมประเทศไทยได้