"หมอทศพร"วอน"สถานฑูตมะกัน"จับตารัฐไทยจัดสรรไฟเซอร์ ชี้ด่านหน้าต้องได้ก่อน

วันที่ 27 ก.ค. 2564 เวลา 13:59 น.
"หมอทศพร"วอน"สถานฑูตมะกัน"จับตารัฐไทยจัดสรรไฟเซอร์ ชี้ด่านหน้าต้องได้ก่อน
หมอทศพร"จี้"สถานฑูตมะกัน"สอบรัฐไทยจัดสรรวัคซีน ชี้ด่านหน้าต้องได้ไฟเซอร์ ชวนจับตารายชื่อผี

วันที่ 27 ก.ค. หน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, กลุ่มหมอไม่ทน, เครือข่ายพยาบาล (Nurse Connect), สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA-Thailand) และ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร (DNA) เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึก ต่อสถานทูตสหรัฐฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 1.5 ล้านโดส ซึ่งจะถูกส่งจากสหรัฐฯ มาประเทศไทยในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ให้ถึงบุคลากรด่านหน้า และประชาชนกลุ่มเสี่ยง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ณัฐ ศิริรัตน์บุญขจร ตัวแทนภาคีบุคลากรสาธารณสุข กล่าวกับ นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ถึงความกังวลใจของบุคลากรด่านหน้า ที่มีต่อภาครัฐไทย ในการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ซึ่งได้รับบริจาคจากสหรัฐอเมริกา และจะเข้ามาวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ก่อนยื่นจดหมายเปิดผนึก

ต่อมา เวลา 10.20 น. นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ประชาชนต้องช่วยกัน เรียกร้องถึงความโปร่งใสให้กับวัคซีนในประเทศไทย เพราะตอนนี้ความเชื่อมั่นในรัฐบาลหมดไปแล้ว

“ถ้าเราจำได้ เริ่มต้นตั้งแต่ที่มีข่าวว่า ทางสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนให้เรา 1.5 ล้านโดส ก็มีการประชุมในกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า ถ้าจะให้บุคลากรทางการแพทย์ฉีดเป็นเข็มที่ 3 นั้นจะเสียหน้า อธิบายไม่ได้ เพราะให้ซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม แต่ไม่ได้ผล

จนน้องๆ ออกมากดดันกัน ในที่สุดทางแพทย์ที่ปรึกษา ของนายกฯ ก็เลยต้องยอมให้ไฟเซอร์สำหรับบุคลากรสาธารณสุข ตอนแรกบอกว่าทั้งหมดประมาณ 70,000 กว่าคน ไปๆ มาๆ กลายเป็นเหลือ 500,000 คนแล้ว”

“รัฐบาลเป็นไม้หลักปักขี้เลน กลับไปกลับมาโยกเยกอยู่ตลอด เพราะฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ของน้องๆ ของพวกเราประชาชน ที่ต้องจับตาดู ไม่เพียงแต่ ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดสเท่านั้นว่าจะไปไหน แต่ต่อไป ไม่ว่าวัคซีนอะไร รัฐบาลต้องบอกได้ว่า ฉีดให้ใคร ที่ไหน ด้วยเหตุผลอะไร และต้องตรวจสอบได้ทุกคน”

นพ.ทศพรกล่าวต่อว่า อยากบอกโรงพยาบาล และบุคลากรสาธารณสุขทั่วประเทศ ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ถ้าไม่ได้ฉีด ชื่อหายไป หรือเป็นชื่อผี ที่เหมือนตอนมีการเลือกตั้ง ซึ่งหลายคนแจ้งตนมาว่า ทางโรงพยาบาลอยู่ดีๆ มีชื่อใครก็ไม่รู้ปนเข้ามา ก็ขอให้แจ้งเข้ามา ที่เพจ “ก็ผมไม่มีทางเลือก(วัคซีน)นี่ครับ” ที่ตนทำอยู่ พวกเราจะช่วยกันตรวจสอบให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ได้เป็นอันดับต้น เพราะคือผู้ที่ดูแลความเป็นความตายของคนทั้งประเทศ และประชาชนทุกคนต้องได้รับวัคซีนอย่างเป็นธรรม รวมถึงวัคซีนโมเดอร์นาด้วย

“การที่สภากาชาดออกมาชี้แจงไทม์ไลน์ ทำให้นึกถึงนักเรียน เวลาทำการบ้านส่งครูไม่ทัน วันรุ่งขึ้นก็มานั่งแต่งจดหมายลาครู ว่าเมื่อวานป่วย ปวดหัว เป็นนู่น เป็นนั่น ไทม์ไลน์ที่สภากาชาดออกมาชี้แจง ไม่ได้เป็นไทม์ไลน์ ไม่มีอะไรที่ชัดเจนเลย ฉะนั้น ต้องไปถามประชาชนดูว่า เชื่อสภากาชาดหรือไม่ สภากาชาดทำให้อะไรยุ่งยากเข้าไปอีก 1 ล้านโดสที่โผล่ออกมา ผมยังยืนยันว่า ต้องเอาไปให้คนที่จองซื้อแล้ว และต่อไปนี้ หากมีแผนอะไร รัฐบาลจัดซื้อเองเลย แล้วค่อยจัดลำดับความสำคัญในภาพรวมของประเทศให้เรียบร้อย ว่าจะฉีดกลุ่มไหน ไม่เช่นนั้นให้คนนู้นทำที คนนี้ทำที จะยุ่งยาก ชุลมุนไปหมด” นพ.ทศพรกล่าว

นพ.ทศพรกล่าวอีกว่า ส่วนทุกบาทที่ประชาชนจ่ายไปแล้ว กับวัคซีน mRNA รัฐบาลต้องจ่ายคืน ประชาชนไม่สมควรต้องเสียเงินซื้อวัคซีน เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลทุกคน ให้ได้วัคซีนทีมี่คุณภาพ จึงจะควบคุมโควิดได้อยู่ทั้งประเทศ

“เราจะเห็นคนที่ตายจากโควิคมากขึ้นเรื่อยๆ ที่เสียใจมากก็คือ พ่อ แม่ตาย เป็นลูกกำพร้า นี่คือปัญหาที่หนัก ผมได้คุยกับทีมงานแล้วว่า จะตั้งกองทุนขึ้นมา อาจจะไม่ได้ใหญ่นัก หรือมีเงินมากมาย แต่เราจะเข้าไปดูแล บรรเทาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการที่พ่อแม่ต้องเสียชีวิตเพราะโควิด” นพ.ทศพรกล่าว