รัฐบาลเผยหลายกระทรวงตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเอาผิดคนเผยแพร่

วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 08:31 น.
รัฐบาลเผยหลายกระทรวงตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเอาผิดคนเผยแพร่
โฆษกรัฐบาลเผย กระทรวงต่าง ๆ ขานรับข้อสั่งการนายกฯ ตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประจำกระทรวงฯ เร่งชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้อง ดำเนินคดีกับบุคคลที่จงใจเผยแพร่

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการทุกส่วนราชการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือน หรือ ศูนย์ต่อต้าน Fake News ประจำกระทรวงเพื่อชี้แจงข่าวสารที่บิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงที

ซึ่งขณะนี้หลายกระทรวงได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนประจำกระทรวงแล้ว อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงกลาโหม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ขณะที่บางกระทรวง แม้ไม่มีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแต่มีภารกิจงานรองรับ ทำหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบและชี้แจง รวมทั้งทำหน้าที่ประสานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมแห่งชาติด้วย อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ

นอกจากนี้ กรมประชาสัมพันธ์ ยังมีการชี้แจงเกี่ยวกับข่าวปลอมเป็นประจำผ่านเว็บไซต์/เฟซบุ๊ก “ข่าวจริงประเทศไทย” อีกด้วย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่สั่งการให้ทุกส่วนราชการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม/ข่าวบิดเบือนว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยข้อมูลข่าวสารที่เผยแพร่ในหลายช่องทางที่สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีผู้มีเจตนาไม่หวังดีเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ หรือที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก ทำให้ประชาชนผู้ติดตามข่าวสารเกิดความเข้าใจผิด เกิดความสับสน

จึงอยากให้ทุกส่วนราชการช่วยกันตรวจสอบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตนเอง สกัดกั้นข่าวปลอม เร่งชี้แจงให้ข้อมูลที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันแต่ละหน่วยงานราชการก็จะดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่จงใจเผยแพร่ข่าวบิดเบือนหรือข้อมูลเท็จสร้างความตื่นตระหนกแก่สังคมอย่างเด็ดขาด โดยไม่ต้องรอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการแต่ฝ่ายเดียว