"ไทยไม่ทน"เตรียมยกพลไป "ศาลรธน.-กกต.-ปปช."

วันที่ 31 พ.ค. 2564 เวลา 09:01 น.
"ไทยไม่ทน"เตรียมยกพลไป "ศาลรธน.-กกต.-ปปช."
จตุพรเผยสัปดาห์นี้กลุ่มไทยไม่ทนลุยปักหมุดต้นเหตุทำบ้านเมืองวิกฤต เตรียมยกคณะไปศาลรธน.-กกต.-ปปช. ปิดท้ายที่ “มีชัย” แย้มสัปดาห์หน้าบุกกลุ่มทุนผูกขาด ลั่นสุดท้ายเมื่อจำเป็น “สวมหน้ากากชุมนุม”ชี้ขาดกัน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวที่ระหว่างร่วมเวทีไทยไม่ทนออนไลน์ โดยชี้แจงถึงการเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ว่า ในวันที่ 31 พ.ค.นี้ คณะคนไทยไม่ทนฯ จะไปที่กองทัพไทยเวลาบ่ายโมง โดยจะยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมแนบฝากหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการกองทัพเรือ และอากาศ ให้ลาออกจากสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไว้ให้ด้วย

จากนั้นในวันที่ 1 มิ.ย. 64 จะไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อจะบอกว่าปัญหาของชาติได้วางองค์ประกอบของบุคคลไว้ใน รัฐธรรมนูญ อย่างไร และต้นเหตุวิกฤตทำให้ชาติย่อยยับถึงขณะนี้นั้นมาจากองค์กรไหนบ้าง

ส่วนวันพุธที่ 2 มิ.ย.64 ไปสนามบินน้ำ ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และในวันพฤหัสที่ 3 มิ.ย. 64 จะยื่นหนังสือให้พรรคฝ่ายค้านและผู้นำพรรคฝ่ายค้าน เพื่อต้องการจะบอกว่า ภายใต้สถานการณ์ระบอบประยุทธ์นั้น ถ้าไม่สามารถหยุด พรก.เงินกู้ และหยุดงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์โควิดได้ แล้วจะอยู่ไปทำไม

นายจตุพร กล่าวว่า ในวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย. จะไปยื่นหนังสือถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ผู้กำหนดชะตากรรมรัฐธรรมนูญ 2560 ที่วางระเบิดทางการเมืองไว้ โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญได้ยาก ขณะมีปัญหา ศาลรัฐธรรมนูญยังต้องมาถามนายมีชัย ในปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วการแก้รัฐธรรมนูญ ก็ล้มลงอย่างไม่เป็นท่า

"เราไปปักหมุดไว้ที่ต้นตอทั้งหมด เพราะองค์กรเหล่านี้เป็นปัญหา มีที่มาหลังการรัฐประหาร และต้นทางมาจากประยุทธ์ทั้งหมด ดังนั้น ทั้ง ปปช., กกต.และศาล รธน.ล้วนเป็นปัญหา แล้วบิดาของปัญหาทั้งหมดคือนายมีชัย ฤชุพันธุ์ รวมทั้งนายวิษณุ โดยทั้งหมดทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งจาก รธน."นายจตุพรกล่าว

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในสัปดาห์ถัดไปจะเป็นเรื่องของทุนผูกขาดทั้งหลายที่ทำตัวอย่างน่าเกลียด สามารถคุมทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ฉะนั้นถ้าไม่จัดการทุนผูกขาดแล้ว ระบอบประยุทธ์ก็ยังอยู่ต่อไป พวกเราจะฉายให้เห็นภารกิจต่อไป และพวกเราคิดอ่านกันว่า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ถ้าจำเป็นต้องสวมหน้ากากชุมนุมก็ต้องทำ เราหวังว่า ประชาชนจะมีความตื่นตัวและมีความรู้สึกกันเร็วขึ้น