"ราชทัณฑ์"แจง "เพนกวิน" ยังไม่มีอาการผิดปกติจนน่ากังวล

วันที่ 31 มี.ค. 2564 เวลา 15:04 น.
"ราชทัณฑ์"แจง "เพนกวิน" ยังไม่มีอาการผิดปกติจนน่ากังวล
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แจง "เพนกวิน" อาการปกติ สีหน้าสดชื่นขึ้น ไม่มีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะ แต่มีอาการแสบท้อง เจ้าหน้าที่ดูแลให้ยาเคลือบกระเพาะ เจ้าตัวปฏิเสธย้ายไปพักที่รพ.ราชทัณฑ์

นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยกรณีที่มีการระบุว่า นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน ซึ่งถูกกักขังอยู่ที่สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี มีอาการทรุดหนักหลังอดอาหารว่า อาการล่าสุดของนายพริษฐ์ เมื่อช่วงเช้าวันนี้พบว่าสัญญาณชีพโดยทั่วไปปกติ อุณหภูมิร่างกาย 36.6 องศาเซลเซียส อัตราเต้นของหัวใจ 66 ครั้งต่อนาที อัตราการหายใจ 18 ครั้ง/นาที ความดันโลหิต 123/75 มิลลิเมตรปรอท และน้ำหนักตัว 103 กิโลกรัม

"ยืนยันว่านายพริษฐ์มีอาการปกติ สีหน้าสดชื่นขึ้น ไม่มีอาการหน้ามืดเวียนศีรษะ พบเพียงอาการอ่อนเพลีย ริมฝีปากแห้งเล็กน้อย และอาการแสบท้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดูแลให้ยาเคลือบกระเพาะตามแผนการรักษาแล้ว ส่วนผื่นคันบริเวณหน้าอกและหลังเริ่มลดลงจากเดิม โดยทั่วไปถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง แม้เจ้าตัวยังคงปฏิเสธการรับประทานอาหาร แต่ได้ดูแลให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและดื่มเกลือแร่ทดแทน"

“นายพริษฐ์ยังไม่มีอาการผิดปกติจนน่ากังวล และไม่มีความประสงค์ที่จะย้ายตัวไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งสถานพยาบาลในสถานกักขังฯ ก็มีเจ้าหน้าที่พยาบาลให้การดูแลรักษาตลอดเวลา และมีความพร้อมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลแม่ข่ายหากมีเหตุฉุกเฉินอยู่แล้ว"

"ส่วนที่ญาติจะขอย้ายนายพริษฐ์ไปรักษาโรงพยาบาลอื่นก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถเรียกร้องได้ แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล เบื้องต้นหากมีผู้ต้องขังป่วยจนต้องออกไปรักษาที่โรงพยาบาลภายนอก กรมราชทัณฑ์ก็มีโรงพยาบาลแม่ข่ายในแต่ละพื้นที่รองรับอยู่แล้วรวมทั้งทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก็เป็นโรงพยาบาลในสังกัดกรมราชทัณฑ์ที่มีอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลรักษาเพียบพร้อมเทียบเท่าโรงพยาบาลทั่วไป"นายธวัชชัย กล่าว

โฆษกกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นการอดอาหารเพื่อเรียกร้องสิทธิของน.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง เบื้องต้นได้รับแจ้งจากน.ส.ปนัสยาว่าต้องการงดอาหารมื้อเย็น 1 มื้อ เป็นระยะเวลา 3 วัน (เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.64) ส่วนอาหารมื้อเช้าและมื้อกลางวันยังคงรับประทานอยู่ และมีการทำกิจกรรมอื่นๆ รวมถึงการเข้าพบทนายเพื่อปรึกษาเรื่องคดีความตามปกติ

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์มีความยินดีที่จะไขข้อข้องใจให้ประชาชนได้รับทราบในทุกประเด็น แต่เนื่องจากบางเรื่องอาจจะมีความละเอียดอ่อนต้องรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อไม่ให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการพอสมควร จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานและรอติดตามการชี้แจงจากกรมราชทัณฑ์เพื่อความชัดเจน มากกว่าจะเชื่อกระแสข่าวลือที่อาจจะสร้างความเข้าใจผิดได้