ม็อบวีแฟร์บุกทวงสัญญาสวัสดิการถึงพรรคพลังประชารัฐ ซัดไม่รักษาคำพูด

วันที่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 14:19 น.
ม็อบวีแฟร์บุกทวงสัญญาสวัสดิการถึงพรรคพลังประชารัฐ ซัดไม่รักษาคำพูด
กลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม (WE FAIR) บุกทวงสัญญาสวัสดิการตามที่เคยหาเสียง เผยทวงสัญญามาแล้วทุกพรรค จี้พลังประชารัฐอ้างไม่ทำไม่ได้เพราะเป็นผู้นำรัฐบาล

วันที่ 24 มี.ค. กลุ่มเครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรม WE FAIR นำโดย นายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ แกนนำเครือข่ายฯ จัดกิจกรรม WE FAIR ON TOUR # ทวงสัญญารัฐสวัสดิการ ยื่นหนังสือถึงผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานและอำนวยการของพรรค เป็นตัวแทนรับเรื่อง เพื่อเรียกร้องให้ปฎิบัติตามนโยบายของพรรคที่หาเสียงไว้ อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำ 400 - 425 บาท การจ้างงานบัณฑิตจบใหม่อาชีวะ ได้รับ 18,000 บาทต่อเดือน ปริญญาตรี ได้รับ 20,000 บาทต่อเดือน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือนทุกช่วงอายุ มารดาประชารัฐฯ ลดภาษีแม่ค้าออนไลน์ฯ

นายนิติรัฐ กล่าวว่า เรามาทวงสัญญาเรื่องรัฐสวัสดิการ กับทุกพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้ในการเลือกตั้ง วันที่ 24 มี.ค.2562 ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยก่อนหน้านั้นได้ไปพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย เพื่อทวงถามแล้ว จึงอยากถามพรรค พปชร.ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ว่า 2 ปีที่ผ่านมา นโยบายที่พูดไว้ยังไม่ปรากฎในรัฐบาลนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารราชการโดยไม่ปฏิบัติตามแนวนโยบายสวัสดิการสังคม จะมาอ้างว่าไม่ทำไม่ได้ เพราะเป็นผู้นำของรัฐบาล เมื่อประกาศนโยบายแล้วต้องทำตาม หากไม่ทำเข้าข่ายผิดกฎหมายตามมาตรา 258 ของรัฐธรรมนูญ เมื่อเขียนเองแต่ไม่ทำคือไม่รักษาคำพูด ส่วนที่รัฐนำเงินไปกระตุ้นและเยียวยาเรื่องเศรษฐกิจ ถือว่าเป็นการช่วยเหลือในระยะสั้นเท่านั้น และไม่แน่ใจว่าจะช่วยใครกันแน่ระหว่างประชาชนกับนายทุน

นายนิติรัฐ กล่าวว่า เราตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลดำเนินนโยบายสวัสดิการ แบบเน้นสวัสดิการอภิสิทธิ์ชน ที่สะท้อนให้เห็นส่วนหนึ่งจากการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายของสวัสดิการประชาชน 60 ล้านคน 4.39 แสนล้านบาท ซึ่งน้อยกว่างบประมาณสวัสดิการของข้าราชการและครอบครัว 5 ล้านคน จำนวน 4.65 แสนล้านบาท นอกจากนั้นยังมองว่าสวัสดิการสำหรับประชาชนเป็นภาระของงบประมาณ และยังเป็นสวัสดิการที่ไม่เห็นหัวประชาชน 13,246 ราย ที่เข้าชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติฉบับประชาชน โดยนายกรัฐมนตรีไม่รับรองร่างฉบับดังกล่าว ดังนั้น กลุ่มวีแฟร์ขอเรียกร้องการสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยเสนอให้บรรจุในการจัดทำงบประมาณปี 2565 ดังนั้น ขอเสนอเรื่องเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า 600 บาทต่อเดือน เบี้ยผู้สูงอายุเป็นเงินบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาท และเบี้ยคนพิการ 1,000 บาท กลับโรงรถประมาณที่ไม่สอดคล้องกับการแก้ไขวิกฤติโควิด จะเก็บภาษีความมั่งคั่งจากคนที่ร่ำรวยที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ มีรายงานว่า บรรยากาศไปเป็นอย่างเรียบร้อย โดยพรรค พปชร.ได้ประสานกับตำรวจ สน.พหลโยธิน เข้าอำนวยความสะดวก และดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ พร้อมกับประสานให้ตัวแทนกลุ่มปราศรัยอยู่บริเวณทางเท้าด้านหน้าที่ทำการพรรค