"ราชทัณฑ์"แจงแยกขังแกนนำราษฎรหลายเรือนจำ
"ราชทัณฑ์"เผยแยกขังแกนนำราษฎรหลายเรือนจำ พร้อมลดความเครียดญาติ-ผู้ต้องขัง ให้เปิดเยี่ยมแบบเห็นหน้าผ่านไลน์ระหว่างกักตัวได้ เร่งจัดทำระเบียบกลางใช้มาตรฐานเดียวทั่วประเทศ
เมื่อวันที่ 24 มี.ค.64 นายวีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงถึงการควบคุมตัวกลุ่มม็อบแกนนำราษฎร ว่า ปัจจุบันได้มีการแยกการคุมขังออกไปในเรือนจำต่างๆ คือในพื้นที่ที่กรมราชทัณฑ์ดูแลจะมี 2 เรือนจำ คือ
เรือนจำพิเศษกรุงเทพ มี 6 ราย ประกอบด้วย นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จาดนอก, นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ, นายปติวัฒน์ หรือแบงค์ สาหร่ายแย้ม, นายจตุภัทร์ หรือไผ่ บุญภัทรรักษา, นายอานนท์ นำภา และ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
เรือนจำพิเศษธนบุรีมี 1 ราย คือ นาย ไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ และที่ทัณฑสถานหญิงกลาง มี 1 ราย คือ น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล
ในพื้นที่จ.ปทุมธานี ที่สถานกักขังกลาง มี นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือ เพนกวิน
เรือนจำอำเภอธัญบุรีมี นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า กลุ่มราษฎรมูเตลู ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในห้องแยกกักโรคตามมาตรการป้องกันโควิด-19 และหากพ้นระยะกักตัวแล้ว จะมีการจำแนกผู้ต้องขังเพื่อเพื่อส่งตัวไปควบคุมตามแดนต่างๆ ต่อไป
รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์มีปัญหาด้านการประสานงาน เนื่องจากหน่วยงานภายใต้สังกัดกรมราชทัณฑ์ มีทั้ง เรือนจำ ทัณฑสถาน และสถานกักขังมีมากถึง 143 แห่งทั่วประเทศ แม้ระเบียบหลักจะระบุชัด แต่อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียด ทำให้ผู้ปฏิบัติงานต้องใช้ดุลยพินิจของตนเองในการตัดสินใจ จึงมีให้มีข้อบังคับของแต่สถานที่แตกต่างกัน และอาจเป็นประเด็นสงสัยของสังคม จึงมีการจัดทำ Standard Operation Procedures หรือ SOPs ให้เป็นระเบียบกลางการปฏิบัติงานและการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแห่ง
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับที่อาจจะไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมให้เหมาะสมมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทบทวนเอกสาร และคำสั่งที่เคยประกาศไปแล้วทั้งหมด เพื่อจัดทำร่างและเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งคาดว่าแล้วเสร็จช่วงกลางเดือนเมษายนนี้
นพ.วีระกิตต์ กล่าวอีกว่า ส่วนการเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์นั้น กรมราชทัณฑ์ได้อนุญาตให้ผู้บริหารเรือนจำและทัณสถานใช้ดุลยพินิจพิจารณาเปิดเยี่ยมได้ โดยเฉพาะในผู้ต้องขังที่อยู่ในระหว่างกักตัว 14วัน แต่จะต้องจัดสถานที่เฉพาะ ซึ่งเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาได้มีคำสั่งให้ทบทวนระเบียบดังกล่าวแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังและญาติได้พบกันในระหว่างกักตัว โดยเฉพาะในผู้ต้องขังรับใหม่และผู้ต้องขังคดีการเมืองที่เป็นที่สนใจของประชาชน เพื่อช่วยลดความกังวลและความเครียดของทั้ง 2 ฝ่าย


