ก้าวไกล แฉ ส.ว. ข่มขู่-ต่อรองแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 อีกฝ่ายโต้มโนไปเอง

วันที่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 21:00 น.
ก้าวไกล แฉ ส.ว. ข่มขู่-ต่อรองแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 อีกฝ่ายโต้มโนไปเอง
“ธีรัจชัย” อัด ส.ว.กรรโชก หลังมีการข่มขู่-ล็อบบี้ผ่านวิปจะคว่ำแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 ทาง ส.ว.ปฏิเสธ โต้กลับมโนไปเอง

วันที่ 25 ก.พ. ในการประชุมรัฐสภา  ซึ่งพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมวาระสอง ว่าด้วยขั้นตอนการพิจารณาและจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ปรับแก้เนื้อหาให้ ส.ส.ร.? มีอำนาจแต่งตั้ง ส.ส.ร. ให้ดำรงตำแหน่ง กรรมาธิการ ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และกำหนดให้ตั้งบุคคลที่ไม่ได้เป็นส.ส.ร. เป็นกรรมาธิการอื่นได้ โดยมีเงื่อนไขให้คำนึงถึงความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ โดยเสียงข้างมาก 565 เสียง เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง

     จากนั้น ที่ประชุมได้พิจารณามาตราว่าด้วยหลังจากการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ให้นำเสนอต่อรัฐสภา เพื่ออภิปรายแสดงความเห็น โดยไม่ลงมติ ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และเมื่อพิจารณาเสร็จแล้วให้ส่งร่างรัฐธรรมนูญไปยัง กกต.?เพื่อให้ออกเสียงประชามติภายใน 7 วัน

        โดยมีประเด็นถกเถียง ต่อการให้อำนาจรัฐสภา ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก่อนออกเสียงประชามติ ซึ่ง ส.ว.ต้องการให้รัฐสภาลงมติก่อนนำไปทำประชามติ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุล   ซึ่งนายสมชาย แสวงการ ส.ว.อภิปราย ว่า กรณีที่ไม่ให้รัฐสภาเห็นชอบ ถือเป็นไม่เป็นประชาธิปไตยที่มีความรับผิดชอบ ซึ่งการยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายใต้เวลา 240 วัน หรือ 8 เดือน มีความเร่งรีบ และไม่มีกรอบ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบถ่วงดุล ก่อนการนำไปทำประชามติ

ขณะที่ผู้เห็นแย้งอย่าง นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่เห็นควรให้ยืนตามกรรมาธิการโดยอภิปรายว่า อำนาจประชามติ อยู่เหนือรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิสถาปนารัฐธรรมนูญ ทำไมต้องขัดขวาง อย่างไรก็ตามรัฐสภาปัจจุบัน ไม่ได้มาจากประชาชน 100% เพราะจำนวนหนึ่ง มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมีแนวโน้มขัดขวาง เมื่อสักครู่มีพฤติกรรมต่อรองหากไม่ทำตามกับฝ่ายที่แต่งตั้ง คสช.?จะคว่ำรัฐธรรมนูญวาระสาม โดย 84 เสียง คนจะไม่ลงมติ  นั่นคือการกรรโชก 

ทั้งนี้นายสมชาย ประท้วงประเด็นดังกล่าว และขอให้ถอนคำว่ากรรโชก ทำให้นายธีรัจชัย กล่าวขึ้นว่า ในการพักการประชุมมีการส่งสัญญาณมายังวิป และตนไม่ได้เอ่ยชื่อบุคคลใด หากไม่มีเรื่องดังกล่าวจริงขอให้ยืนยัน ทำให้นายสมชาย โต้ตอบว่า “ไม่ได้ยืนยัน เพราะท่านมโนไปเอง” ก่อนที่นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา วินิจฉัยให้ถอน

จากนั้นเมื่อมีผู้อภิปรายตามความเห็นที่ขอสงวนไว้ครบถ้วน ที่ประชุมได้ลงมติ ผลปรากฎว่าเสียงข้างมาก 379 เสียงเห็นด้วยกับกมธ.?ต่อ 193 เสียง และงดออกเสียง 19 เสียง ทำให้บทบัญญัติยึดตามที่ กมธ.แก้ไข