posttoday

จีนส่งโดรนทหาร ล้ำน่านฟ้าไต้หวันครั้งแรก ท้าทายระบบป้องกันภัย

20 มกราคม 2569

จีนส่งโดรนทหารล้ำน่านฟ้าไต้หวันครั้งแรก อ้างฝึกซ้อมตามกฎหมาย ไต้หวันชี้เจตนาทดสอบแนวตั้งรับ ตอกย้ำความตึงเครียดในภูมิภาค

KEY

POINTS

  • จีนส่งโดรนทหารบินเข้าน่านฟ้าไต้หวันบริเวณเกาะปราตัสเป็นครั้งแรก (นาน 4 นาที) ซึ่งต่างจากครั้งก่อนในปี 2022 ที่เป็นเพียงโดรนพลเรือน
  • เหตุการณ์นี้สะท้อนความพยายามของจีนในการกดดันรัฐบาลประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ และตอบโต้การที่สหรัฐฯ อนุมัติขายอาวุธมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ไต้หวัน
  • นอกจากการส่งโดรน กองทัพจีนยังเฝ้าระวังเรือพิฆาต USS John Finn ของสหรัฐฯ ที่แล่นผ่านช่องแคบไต้หวันในวันเดียวกันอย่างใกล้ชิด

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าสถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบไต้หวันทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ส่งอากาศยานไร้คนขับ (UAV) หรือโดรนทางทหาร บินรุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของไต้หวันเป็นครั้งแรก

 

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลจีนในการทดสอบประสิทธิภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวัน

 

กระทรวงกลาโหมไต้หวันออกแถลงการณ์ระบุว่า โดรนลาดตระเวนของจีนได้บินรุกล้ำน่านฟ้าบริเวณ เกาะปราตัส (Pratas Island) เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาบินวนเวียนอยู่ในบริเวณดังกล่าวประมาณ 4 นาที 

 

สำหรับเกาะปราตัสนั้นถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของช่องแคบไต้หวัน ห่างจากเกาะหลักของไต้หวันประมาณ 400 กิโลเมตร 

 

รายงานระบุว่า โดรนลำดังกล่าวบินอยู่ในระดับความสูงที่เกินกว่าระยะยิงของอาวุธต่อต้านอากาศยานในพื้นที่ ทางกองทัพไต้หวันจึงได้ทำการประกาศแจ้งเตือนผ่านคลื่นวิทยุสากล ส่งผลให้โดรนลำดังกล่าวบินกลับออกไปในที่สุด

 

เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นนัยสำคัญที่แตกต่างจากเหตุการณ์ในปี 2022 ซึ่งไต้หวันได้ยิงสกัดโดรนพลเรือนของจีนที่บินเข้าใกล้เกาะจินเหมิน แต่ในครั้งนี้เป็นการใช้อากาศยานของกองทัพอย่างเป็นทางการ

 

ทางด้านกองทัพจีนได้ออกมาชี้แจงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเป็นเพียง "การฝึกซ้อมที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีความชอบธรรม" เท่านั้น

 

Hsieh Jih-sheng รองเสนาธิการทหารฝ่ายข่าวกรอง กระทรวงกลาโหมไต้หวัน แถลงข่าวกรณีการซ้อมรบทางทหารของจีนรอบเกาะไต้หวัน

 

 

เหตุการณ์โดรนรุกล้ำน่านฟ้าครั้งล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการข่มขู่ทางทหารที่จีนนำมาใช้กับไต้หวันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภายใต้การนำของประธานาธิบดี ไล่ ชิงเต๋อ ซึ่งมีจุดยืนปฏิเสธการอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนของปักกิ่ง และเร่งเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพทางทหารเพื่อป้องปรามการโจมตีใดๆ ที่อาจเกิดขึ้น

 

ความตึงเครียดระลอกนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นาน หลังจากที่เมื่อเดือนก่อน กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA) ได้เปิดฉากซ้อมรบด้วยกระสุนจริงรอบเกาะไต้หวัน เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศอนุมัติแพ็กเกจขายอาวุธมูลค่าสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในข้อตกลงซื้อขายอาวุธที่มีมูลค่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

 

นอกเหนือจากปฏิบัติการทางอากาศแล้ว ในวันเดียวกัน กองทัพจีนยังได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ได้ทำการติดตามความเคลื่อนไหวของ เรือพิฆาตยูเอสเอส จอห์น ฟินน์ (USS John Finn) ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถี และเรือสำรวจทางสมุทรศาสตร์ของสหรัฐฯ ขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน

 

ทั้งนี้ การส่งเรือรบแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันถือเป็นยุทธวิธีปกติที่สหรัฐฯ มักปฏิบัติภายหลังจากที่จีนมีการเคลื่อนไหวทางทหารครั้งใหญ่ เพื่อแสดงออกถึงเสรีภาพในการเดินเรือและสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

"เครนถล่ม" ถนนพระราม 2ไฟไหม้ซ้ำ! คาดสาเหตุน้ำมันรั่วไหล