ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง
การลงทุนต่างชาติในไทยปี 2568 พุ่งแรง อนุญาตกว่า 1,078 ราย เงินสะพัด 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์–จีนครองแชมป์ ขณะที่ EEC ยังเป็นแม่เหล็กหลัก
KEY
POINTS
- ปี 2568 การลงทุนจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 3.24 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี และเติบโตขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า
- ญี่ปุ่นเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุดด้วยจำนวน 186 ราย ในขณะที่สิงคโปร์เป็นผู้นำด้านมูลค่าการลงทุนสูงสุดที่ 1.03 แสนล้านบาท
- พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นเป้าหมายการลงทุนหลัก ดึงดูดเม็ดเงินได้ถึง 1.06 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 33% ของการลงทุนทั้งหมด
ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความเชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัด โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจว่า ตลอดทั้งปีประเทศไทยได้ต้อนรับนักลงทุนต่างชาติรวมถึง 1,078 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13%
แต่สิ่งที่ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญคือ มูลค่าเงินลงทุนที่พุ่งสูงถึง 324,148 ล้านบาท, ซึ่งนับเป็นมูลค่าการลงทุนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) โดยตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี 2567 ถึง 42% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นกว่า 96,042 ล้านบาท ภายในปีเดียว, ตอกย้ำถึงศักยภาพและเสน่ห์ของไทยในฐานะฐานการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของภูมิภาค
เมื่อพิจารณาจากรายประเทศพบว่า สิงคโปร์ ครองแชมป์ในแง่ของมูลค่าเงินลงทุนด้วยจำนวน 103,399 ล้านบาท, ขณะที่ ญี่ปุ่น ยังคงรักษาสถานะแชมป์ในแง่จำนวนรายที่เข้ามามากที่สุดถึง 186 ราย เป็นเงินลงทุน 85,688 ล้านบาท ตามมาด้วยจีน สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง ที่ยังคงเป็นกลุ่มทุนหลักที่ไว้วางใจศักยภาพของไทย
EEC แม่เหล็กดึงดูดการลงทุนหลัก โดยพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญ โดยดึงดูดนักลงทุนไปได้ถึง 313 ราย หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของนักลงทุนทั้งหมด สร้างมูลค่าการลงทุนในพื้นที่นี้สูงถึง 106,461 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 33% ของเงินลงทุนรวมทั้งประเทศ โดยมีกลุ่มทุนจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นผู้นำการขับเคลื่อนในโซนนี้
เฉพาะเดือนธันวาคม ปี 2568 เพียงเดือนเดียว มีการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจเพิ่มอีก 105 ราย นำเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอีก 12,986 ล้านบาท,, สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีเสน่ห์และเป็นฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ที่นักลงทุนระดับโลกเลือกเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง ยอดการจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนธ.ค.2568 มี 5,187 ราย ลดลงจากเดือนก่อน 6.61% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.51% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 13,385 ล้านบาท ลดลงทั้งรายเดือนและรายปี
กลุ่มธุรกิจที่ขยายตัวเด่นเมื่อเทียบปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจบริการสนับสนุนธุรกิจ โรงแรม–รีสอร์ทและห้องชุด และ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า
โดยภาพรวมตลอดปี 2568 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 85,251 ราย ลดลง 2.68% และทุนจดทะเบียนรวม 264,237 ล้านบาท ลดลง 7.53% ขณะที่การเลิกกิจการทั้งปีอยู่ที่ 22,783 ราย ลดลง 3.78%
ณ สิ้นปี 2568 ประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ 967,210 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม บริการ ค้าส่งค้าปลีก และการผลิต


