posttoday
ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง

ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง

20 มกราคม 2569

การลงทุนต่างชาติในไทยปี 2568 พุ่งแรง อนุญาตกว่า 1,078 ราย เงินสะพัด 3.24 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์–จีนครองแชมป์ ขณะที่ EEC ยังเป็นแม่เหล็กหลัก

KEY

POINTS

  • ปี 2568 การลงทุนจากต่างชาติในไทยมีมูลค่ารวมกว่า 3.24 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 5 ปี และเติบโตขึ้น 42% จากปีก่อนหน้า
  • ญี่ปุ่นเป็นชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุดด้วยจำนวน 186 ราย ในขณะที่สิงคโปร์เป็นผู้นำด้านมูลค่าการลงทุนสูงสุดที่ 1.03 แสนล้านบาท
  • พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เป็นเป้าหมายการลงทุนหลัก ดึงดูดเม็ดเงินได้ถึง 1.06 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 33% ของการลงทุนทั้งหมด

ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความเชื่อมั่นอย่างเห็นได้ชัด โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยสถิติที่น่าสนใจว่า ตลอดทั้งปีประเทศไทยได้ต้อนรับนักลงทุนต่างชาติรวมถึง 1,078 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13%

แต่สิ่งที่ถือเป็นปรากฏการณ์สำคัญคือ มูลค่าเงินลงทุนที่พุ่งสูงถึง 324,148 ล้านบาท, ซึ่งนับเป็นมูลค่าการลงทุนที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปี (พ.ศ. 2564-2568) โดยตัวเลขนี้สะท้อนถึงการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี 2567 ถึง 42% หรือคิดเป็นเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่เศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นกว่า 96,042 ล้านบาท ภายในปีเดียว, ตอกย้ำถึงศักยภาพและเสน่ห์ของไทยในฐานะฐานการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญของภูมิภาค

ต่างชาติแห่ลงทุนไทยปี 68 ทะลุ 3.2 แสนลบ. สูงสุดรอบ 5 ปี ญี่ปุ่น–สิงคโปร์ นำโด่ง

เมื่อพิจารณาจากรายประเทศพบว่า สิงคโปร์ ครองแชมป์ในแง่ของมูลค่าเงินลงทุนด้วยจำนวน 103,399 ล้านบาท, ขณะที่ ญี่ปุ่น ยังคงรักษาสถานะแชมป์ในแง่จำนวนรายที่เข้ามามากที่สุดถึง 186 ราย เป็นเงินลงทุน 85,688 ล้านบาท  ตามมาด้วยจีน สหรัฐอเมริกา และฮ่องกง ที่ยังคงเป็นกลุ่มทุนหลักที่ไว้วางใจศักยภาพของไทย 

EEC แม่เหล็กดึงดูดการลงทุนหลัก โดยพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญ โดยดึงดูดนักลงทุนไปได้ถึง 313 ราย หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของนักลงทุนทั้งหมด สร้างมูลค่าการลงทุนในพื้นที่นี้สูงถึง 106,461 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 33% ของเงินลงทุนรวมทั้งประเทศ โดยมีกลุ่มทุนจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ เป็นผู้นำการขับเคลื่อนในโซนนี้

เฉพาะเดือนธันวาคม ปี 2568 เพียงเดือนเดียว มีการอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจเพิ่มอีก 105 ราย นำเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอีก 12,986 ล้านบาท,, สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยยังคงมีเสน่ห์และเป็นฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ที่นักลงทุนระดับโลกเลือกเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึง ยอดการจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนธ.ค.2568 มี 5,187 ราย ลดลงจากเดือนก่อน 6.61% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.51% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 13,385 ล้านบาท ลดลงทั้งรายเดือนและรายปี

กลุ่มธุรกิจที่ขยายตัวเด่นเมื่อเทียบปีก่อน ได้แก่ ธุรกิจบริการสนับสนุนธุรกิจ โรงแรม–รีสอร์ทและห้องชุด และ ธุรกิจขนส่งและขนถ่ายสินค้า

โดยภาพรวมตลอดปี 2568 มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 85,251 ราย ลดลง 2.68% และทุนจดทะเบียนรวม 264,237 ล้านบาท ลดลง 7.53% ขณะที่การเลิกกิจการทั้งปีอยู่ที่ 22,783 ราย ลดลง 3.78%

ณ สิ้นปี 2568 ประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ 967,210 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม บริการ ค้าส่งค้าปลีก และการผลิต

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด ไทย พบ บราซิล วอลเลย์บอลหญิง VNL 2026 วันนี้ 11 ก.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด ไทย พบ บราซิล วอลเลย์บอลหญิง VNL 2026 วันนี้ 11 ก.ค.69