เผยเหตุที่ “บิ๊กตู่” ฉุนเดินออกจากห้องประชุม

วันที่ 18 ก.พ. 2564 เวลา 20:43 น.
เผยเหตุที่ “บิ๊กตู่” ฉุนเดินออกจากห้องประชุม
เผยโฉมหน้า ส.ส.ที่นั่งขำขณะที่นายกฯ กำลังชี้แจง จนฉุนเดินหนีออกจากห้องประชุม

วันที่ 18 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจปมปัญหาการเอื้อนายทุนโครงการเขตเศรษฐกิจจนะ ว่า ท่าที่ฟังมันพันกันหลายเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อที่ดิน การทำธุรกรรม รวมถึงความไม่ชอบธรรมต่างๆ สิ่งเหล่านี้ดำเนินการตรวจสอบอยู่แล้ว เรื่องนโยบายถ้าพูดไปพูดมามันจะกลายเป็นทุกอย่างที่ทำหากมีเหตุการณ์น่าสงสัย โครงการใหญ่ๆ มันจะล้มหมด คงไม่ใช่ ดังนี้ต้องแยกแยะออกจากกัน สิ่งใดทำถูกหรือทำไม่ถูก เราจะต้องพัฒนาประเทศของเรา ท่านทราบดีอยู่แล้วว่ามีรายได้อยู่ร้อยล้านบาท รัฐบาลมีความคิดอย่างเดียวว่าไม่ว่าที่ใดก็ตาม รายได้ 100 ล้านบาทจะมีหนทางใดที่จะเพิ่มเป็นพันล้านบาทให้กับประชาชน หรือหมื่นล้านบาทแสนล้านบาทในอนาคตในพื้นที่ที่มีศักยภาพ แต่ในส่วนของเรื่องที่จะไปซื้อที่ดินเป็นเรื่องที่ทำได้ตามกฎหมาย แต่จะถูกผิดหรือถูกไปตรวจสอบกัน ไม่ใช่มาพันว่าโครงการนี้เอื้อประโยชน์ให้คนนี้ ตนว่าไม่ใช่เพราะตนไม่ใช่คนเอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ใครได้ประโยชน์ถูกต้องหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไปว่ามา ตนไม่เกี่ยวในเรื่องนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหาทับซ้อนหลายมิติด้วยกันทั้งเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ชาติพันธุ์ ศาสนา วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่ ดังนั้น ต้องแก้ปัญหาอย่างละเอียดอ่อน เราจึงมีนโยบายในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ของเดิมมีอยู่ 3 จังหวัดและพื้นที่ที่ 4 คือ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งกำลังมีปัญหาอยู่ขณะนี้ และรัฐบาลได้จัดคณะกรรมการลงไปดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาให้เกิดความเรียบร้อย

นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เราต้องการคือจะทำอย่างไรให้ศักยภาพมันเกิดขึ้นในประเทศ เรามีทรัพยากรที่อาจดูมากบ้างน้อยบ้าง ทำอย่างไรจะใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและมีมูลค่าขึ้นมาเกิดประโยชน์กับประชาชนทุกพื้นที่และทุกภาค ซึ่งการให้คนมาลงทุน สิ่งสำคัญที่สุดคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน ไฟฟ้า พลังงาน ซึ่งมีการดำเนินการเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีความพร้อมแล้วเขาจะเลือกมาลงทุน เช่นเดียวกับพื้นที่ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ถ้ามีความพร้อมทุกอย่างเขาก็พร้อมจะมา แม้จะมีที่ดินแต่ถ้าไม่พร้อมเขาก็ไม่มา การลงทุนก็ต้องทำให้โปร่งใส ถูกต้อง เป็นไปตามกฎหมาย ดังนั้น การเปลี่ยนสีต่างๆก็เป็นเรื่องของประชาพิจารณ์ อย่างไรก็ตาม ตนพูดในนามนายกรัฐมนตรี ตนสั่งแบบนี้ทุกครั้ง ไม่เคยละเว้น การถูกตรวจสอบไม่ตรวจสอบมีกลไกอยู่แล้ว สามารถร้องทุกข์ กล่าวโทษ แจ้งองค์กรอิสระตรวจสอบ การมาบอกว่าผิดถูกในนี้ไม่ใช่ศาล ศาลอยู่ข้างนอก ท่านพูดได้ทุกอย่างแต่ทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากเราไม่ทำอะไรเลยก็จะอยู่แบบนี้ มีรายได้ร้อยล้านต่อปีไปเรื่อยๆ ประชาชนจะอยู่ไหวไหมเมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไป ต้องหาวิธีทำให้ได้ แต่ต้องโปร่งใส ตนไม่อยากให้การพูดทำให้เกิดผลกระทบต่อการลงทุน หากไม่เข้าใจจะไปกันใหญ่ เราต้องเร่งพัฒนาประเทศ ถ้าทุกอย่างอยู่ที่เดิม ไม่มีทางไปได้ มีแต่ถอยหลัง ของใหม่อาจจะมีปัญหาก็แก้ไป ทุจริตตรงไหนก็แก้ไป แต่อย่าทำให้โครงการขนาดใหญ่ที่เริ่มและกำหนดยุทธศาสตร์ไปแล้วพังพินาศ ตนขอตอบแค่นี้เพราะตอบไปก็ไม่ค่อยมีคนฟัง หัวเราะกันอยู่ พอแล้ว

มีรายงานว่า หลังจากนั้นนายกฯ ได้เดินออกจากห้องประชุมทันที ตามมาด้วยข้อสงสัยว่า ส.ส.คนไหนหรือกลุ่มไหนที่หัวเราะหนัก จนทำให้พล.อ.ประยุทธ์ งอนตุ๊บป่องลุกเดินออกไป

ต่อมานางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก ขณะกำลังหัวเราะกับส.ส.ก้าวไกล พร้อมแคปชั่นว่า “ขำจนเต่าเดินหนี”